Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ภาพบรรยากาศการสวดมนต์ข้ามปีเริ่มต้นดี ชีวิตดี รับปีใหม่ ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่นประจำปี 2555 วันนี้เก็บภาพมาได้เพียงบางส่วน เนื่องจากต้องสวดมนต์ไปด้วย ถ่ายไปด้วย (สวดบ้าง อู้้บ้าง กินแรงพระบ้าง ว่างั้น อิอิ) คนค่อนข้างเยอะทีเดียว ล้นศาลาออกมาอยู่ด้านนอก แต่ก็มีจอมอนิเตอร์ใหญ่ๆให้ดู ข้างนอกอากาศดี เย็นสบาย สวดมนต์รับแสงจันทรา ได้บรรกาศอีกแบบ วันนั้นอาการศไม่ค่อยหนาวมากเป็นช่วงที่อุณภูมิสูงขึ้นทุกที่ทั่วไทย เสียดายจริงๆ พอหลังปีใหม่อุณหภูิมิลดลงซะงั้น

ในวันงานเนื่องจากมีผู้คนมาค่อนข้างเยอะ จึงมีการจัดทำโรงทาน อารมณ์คล้ายๆออกโรงทานช่วงงานกฐินเลย เีสียดายไปไม่ทันเลยไม่ได้เก็บภาพมาฝาก ตอนนี้เป็นภาพตอนสวดมนต์ช่วง 3 ทุ่มเป็นต้นไปแล้ว ช่วงทำวัตรเย็นซือเจ๊ติดภารกิจ มาไม่ได้ ก็เลยมาสวดมนต์ข้ามปีและทำวัตรเช้าตอนตีหนึ่งแทน

มาดูภาพแรกบรรยากาศโดยรวม มาถึงก็เจอสิ่งที่โดดเด่นยังกะสรวงสวรรค์ สิ่งแรกสิ่งนี้เลย วิหารพระพุทธโคดมอุดมโชค สร้างเสร็จแล้วสวยงามมาก

มาชมด้านในกัน สีทองตัดกับพรหมสีแดง แสงไฟกระทบองค์พระ งดงามจริงๆ

เดินไปสักพักก็เริ่มเห็นความอลังการของผู้คนที่มาสวดมนต์ข้ามปี จับจองพื้นที่ นั่งรอ นอนรอ พักผ่อนรอ ระหว่างช่วงเบรคหลังทำวัตรเย็นเสร็จ เตรียมตัวสวดมนต์ข้ามปีในช่วง 3 ทุ่ม

คราวนี้ก็มาดูภาพด้านในศาลา 72 ปีหลวงพ่อจรัญ กันบ้าง แล้วก็ถ่ายออกมาจากระเบียงด้านใน

อีกภาพ ภาพสุดท้ายสำหรับปีนี้แระ..ใครอยากดูภาพเต็มๆและเยอะกว่านี้เข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ของเวฬุวัน  หรือ เว็บแสงธรรมนำชีวิต นะคะ

สุดท้ายขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ได้ร่วมกันสร้างบุญ สร้างกุศลให้แก่ตัวเองในครั้งนี้ ขอให้ทุกท่านพบเจอแต่สิ่งดีๆ อย่าเจ็บ อย่าจน สวัสดีปีใหม่คร๊า…^^

 

สำหรับคนที่กำลังมองหา สถานที่จัดกิจกรรม สวดมนต์ข้ามปี 2555 นะคะ ช่วงนี้ที่ขอนแก่นอากาศดีมาก ใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่อยากนอนรวมกับคนอื่นๆ สามารถนำเตนท์ ไปกางบริเวณวัดได้ ทางวัดมีพื้นที่สำหรับกางเต้นท์ให้คะ ยังไงก็เตรียมเครื่องกันหนาวส่วนตัวไปด้วยนะคะ เผื่อผ้าห่มของทางวัดจะบางและไม่เพียงพอคะ :)

เรียนเชิญพุทธศาสนิกชน ร่วมกันสร้างกุศลบุญบารมี ในกิจกรรมประจำปี
สวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดี ชีวิตดี ในปีใหม่ ๒๕๕๕ ณ ศาลา ๗๒ ปี ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่น วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ตั้งแต่เวลา ๑๗.๓๐ น. ถึง วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๐.๔๕ น.และร่วมทำบุญตักบาตรวันขึ้นปีใหม่ เวลา ๐๖.๓๐ น.

ใครที่กำลังมองหาที่ปฏิบัติธรรมในช่วงฤดูหนาวนี้ แนะนำที่นี่นะคะ ^^

วัดป่าดงมะไฟ อ.น้ำหนาว คะ

ก้าวล่วงไปอีกปี..วันเวลาเป็นเรื่องสมมติ..จะปีใหม่ปีเก่าก็ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า จิตใจเราพัฒนาไปในทางที่สูงขึ้นหรือต่ำลง กว่าจะผ่านพ้นไปแต่ละวันแต่ละปี หลายๆคนคงพานพบกับทั้งความโกรธ โมโห เกลียด ไม่ได้ดั่งใจ ความสุข ความทุกข์ ทั้งกายและใจมาบ้าง ไม่มากก็น้อย ทั้งที่เป็นผลมาจากคนอืื่นทำให้ใจเราขุ่นมัวบ้าง หรือตัวเราเองทำให้ใจตัวเองขุ่นมัวบ้าง หรือเราไปทำคนอื่นเขาขุ่นมัวบ้าง ถ้ายังปล่อยวางไม่ได้ ให้อภัยไม่ลง เหตุเพราะสภาพจิตใจไม่พร้อมจะให้ หรือเข้มแข็งไม่พอ ซือเจ๊ขอแนะนำให้หาเวลาไปชำระล้างจิตใจให้ใสสะอาด ด้วยการถือศีลปฏิบัิตธรรม กันนะคะช่วยได้เยอะเลย เราเคยแต่อาบน้ำชะระร่างกายให้สะอาดและคิดว่านี้ก็เพียงพอและดีที่สุดแล้ว แต่มีอีกหนึ่งอย่างที่มันไม่เคยถูกทำให้สะอาดเลย ยังคงเป็นจิตเดิมๆที่ไม่ได้ถูกพัฒนาหรือทำให้สูงขึ้นจากเดิม นั้นคือจิตใจของเรานั่นเอง ใครที่ยังไม่เคยรู้จักหรือสัมผัสกับคำว่า “จิตใจสะอาด” หน้าตาสดใสอิ่มบุญ นัยส์ตาเปี่ยมด้วยเมตตา หน้าตาสวยด้วยศีล เป็นอย่างไรลองหาโอกาสวางแผนไปประฎิบัติธรรมประจำปีดูบ้าง ที่ไหนก็ได้ตามแต่จะสะดวก แต่ตอนนี้ขอแจ้งกำหนดการ การจัดโครงการประจำปีของเวฬุวันให้ทราบกันก่อน เผื่อมีคนสนใจคะ ซึ่งปีนี้ซือเจ๊ก็คงไม่พลาดอีกตามเคย ใครสนใจก็ติดต่อสอบถามได้ตามเบอร์โทรที่แจ้งในภาพได้เลยนะคะ ส่วนคนที่อยากดูภาพบรรยากาศเดิมๆก็หาได้ใน Blog แห่งนี้ได้คะ ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถ comment เพื่อสอบถามได้

สวัสดีในวันที่อากาศแช่มชื่นนะคะ จากที่ซือเจ๊ได้เคยเขียนแนะนำ สถานปฏิบัติธรรมสำหรับคนที่ฝักใฝ่ในความสงบเงียบ แบบเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติของวัดป่าดงมะไฟกันไปแล้ว โดยได้เขียนไว้ที่นี่“ดงมะไฟ ดินแดนแห่งความสงบ!” ใครที่ยังไม่ได้อ่าน ตามอ่านรายละเอียดกันได้ ส่วนใครที่กำลังติดตามความคืบหน้า และรูปภาพการไปปฏิธรรมที่ดงมะไฟ ครั้งล่าสุด วันนี้ซือเจ๊เก็บมาฝากตามคำสัญญา รับรองไม่ผิดหวัง แถมมีภาพน้ำตกใหญ่มาฝากด้วย ทั้งนี้ต้องขอกราบขอบพระคุณ พระมหารุ่งเรืองแห่งเวฬุวัน (ขอนแก่น) ที่เอื้อเฟื้อภาพถ่ายในครั้งนี้ด้วยเจ้าค้า (สาธุ)

ภาพแรกเป็นภาพ บรรยากาศดอกไม้ที่เบ่งบานรอรับผู้คนที่มาเยือนและความชุ่มชื่นในช่วงฤดูฝน

คราวนี้ก็เป็นบรรยากาศในศาลา ผู้ปฏบัิติธรรมกำลังไหว้พระ สวดมนต์ตอนเช้าตรู่กันอยู่

ภาพต่อมา เป็นภาพการเดินจงกรมเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติยามเช้ามืด เป็นการเดินจงกรมนอกสถานที่ ใครที่จัดอยู่ในกลุ่มเท้าแดง ก็ไม่ควรไปเพราะเวลาตะแคงเท้าเิดินคงจะลำบาก เพราะที่นี่เขาเน้นสัมผัสกับธรรมชาติโดยเท้ เขาถอดรองเท้าเดินได้ เราก็ต้องถอดได้จริงไหม พร้อมแล้วลุยเลย

เดินไปแล้วก็เดินกลับมา รอบพระปรางหน้าวัดกัน ได้สัมผัสทุกพื้นผิว เท้าจะได้เห็นความแตกต่างและแยกแยะได้ว่าเมื่อชีวิตเก้าไปข้างหน้า ย่อมเผชิญกับทุกข์ทุกรูปแบบ มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง หนักบ้าง เบาบ้าง เปลี่ยนแปลงไปตามที่ควรจะเป็น เฉกเช่นกับการเดินทางที่เราไม่รู้ว่าพื้นแบบไหนที่เราจะได้เจอะเจอต่อไป มันก็มีทั้งพื้นแฉะ พื้นดินนุ่มๆ พื่นเฟิร์นมอสสีเขียวดุจพรมนุ่มๆ พื้นหินลูกลัง ชอบบ้างไม่ชอบบ้างก็กำหนดรู้กันไปตามเรื่อง ชีวิตคนเราก็เป็นเช่นนี้แล บอกไม่ได้ว่าเกิดมาเพือเจอะเจออะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆต้องเจอ เจอแล้วก็ต้องอยู่กับมันให้ได้

เดินเหนื่อยแล้วก็ พักรับประทานอาหารเช้า จากชาวบ้านผู้มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเสียสละเวลามา ทำอาหารให้พวกเราได้รับประทานกัน ขอบคุณมากค้า

กินเสร็จแล้วไปเดินเล่นน้ำตกเล็กๆ ตรงนี้รู้สึกจะมีถ้ำไว้สำหรับคนที่อยากนั่งสมาธิฟังเสียงน้ำตกด้วย แต่น้ำไม่เยอะเท่าไหร่ เด๋วมีน้ำตกใหญ่ตอนท้ายรอชมกันต่อไป

คราวนี้มาดูวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่กัน แต่ว่าน่าเสียดายที่ซือเจ๊ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า พืชชนิดนี้มันคืออะไรไว้จะไปสอบถามมาแจ้งให้ทราบกันอีกที

ไหนๆออกมาดูบรรยากาศนอกวัดแระ เราเดินทางกันต่อดีกว่า คราวนี้จะพาไปเยี่ยมชมน้ำตก แต่น่าเสียดายเป็นช่วงฤดูฝน สีน้ำเลยดูขุ่นๆไม่ใสเท่าไหร่ พาหนะในการเดินทางของเรา ก็ตามแบบวิถีชีวิตชาวบ้านเขานี่แหล่ะ เขาไปยังไงเราก็ไปอย่างนั้น อันนี้รู้สึกจะห่างจากที่วัดซัก 3 กิโล เห็นจะได้ ลูกทุ่งดีแท้ คริๆ

มาถึงแล้ว น้ำตก เสียดายที่ไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนาม ไว้จะตามเก็บชื่อมาให้อีกที ฮ่าๆ พฤจิกายนนี้ซือเจ๊จะแวะไปถ่ายภาพช่วงฤดูหนาวมาให้ดูนะเผื่อจะสวยกว่านี้ เป็นไง น้ำตกใหญ่สะใจดีกว่าอันที่แล้วไหมคะ ฮ่าๆบอกแล้วว่าใหญ่จริงอะไรจริง

กินนอนที่วัดกันมาหลายวัน ต้องทำงานตอบแทนคุณวัด ด้วยการช่วยกันทำความสะอาดเก็บกวาด ระหว่างทำก็อย่าลืมกำหนดรู้ไปด้วย เพราะการปฏิบัติธรรมแท้ที่จริงแล้วก็คือการทำงาน ไม่ใช่กันนั่งสมาธิเฉยๆ

ทำความสะอาดเสร็จแล้ว ก็ถึงวันต้องจาก ก็ต้องร่ำลากันด้วยการไหว้ขอบคุณ และพูดคุยกัน ตามประสาญาติธรรม เพื่ออนุโมทนาบุญร่วมกัน แต่ละคนน่าตาสดใส จิ้มลิ้มน่ารัก ดูอารมณ์ดี เด็กๆบ้านไกล้เรือนเคืองก็มาช่วยงานและมาทำบุญด้วย คุณย่าคุณยายเค้าก็มาช่วยจัดเตรียมอาหารที่สุดแสนอร่อยให้พวกเราได้ทานกัน ขอบคุณอีกครั้งคะ

เป็นไงกันบ้างคะำักับภาพถ่าย บรรยากาศการปฏิบัติธรรมที่วัดป่าดงมะไฟ ที่นี่เค้าัเปิดรับผู้ปฏิบัิติธรรมทั้งคนไทยและต่างชาติ ขอให้มีความสนใจใฝ่ศึกษาพระพุทธศาสนาจริงก็มาได้ตลอดเลยคะ ที่นี่ยินดีต้อนรับ หลายๆคนคงอยากรู้รายละเอียดและวิธีเดินทาง รวมทั้งเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อสอบถามกันแล้วใช่ไหมคะ อดใจรอไว้ก่อน กำลังดำเนินการคะ ช่วงนี้ถ้าใครจะไปกันจริงๆก็คงต้อง เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวกันไปก่อน ไว้ซือเจ๊จะ กลับมา up date รายละเอียดเรื่อง เบอร์โทรศัพท์ และวิธีเดินทางโดยรถโดยสารให้ทราบกันอีกที แต่ถ้าใครอดใจไม่ไหว ก็ให้จับกลุ่มกันไปซัก 7-10 คนโดยติดต่อไปที่ เวฬุวัน ขอนแก่นเพื่อสอบถามข้อมูลเรื่องการเดินทาง ไปยังดงมะไฟก่อนได้ หรือจะโพสข้อความสอบถามซือเจ๊ได้ที่นี่คะ ยินดีรับใช้ทุกคนคะ :)

เบอร์โทรศัพท์วัดป่าดงมะไฟ สามารถติดต่อได้ทั้งสองเบอร์ตามสะดวก แต่มีมีเพียงเบอร์หนึ่งที่รองรับการสนทนาด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งเปิดไว้เพื่ออำนวยความสะดวงให้แก่ชาวต่างชาติที่สนใจมาปฏบัติธรรมที่ี่นี่คะ

089-376-4656 (บุคคลทั่วไป)

089-376-4655 (*สำหรับชาวต่างชาติ และบุคคลทั่วไป)

วิธีการเดิทาง มี 3 วิธี

1.รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารเข้าถึงหมู่บ้าน

2.เดินทางด้วยรถตู้ ของศูนย์ปฏิบัิติธรรมสวนเวฬุวัน  (กรุณาต่อสอบถามข้อมูลข้อมูลที่วัดป่าดงมะไฟเบอร์โทรศัพท์ 089-376-4656 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานงานให้  และอาจมีค่าใช้จ่าย(ตามศรัทธา)แนะนำให้มาเป็นกลุ่ม 7-10 คน )

3. เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว (สะดวกที่สุด)

ชุดปฏิบัติธรรม

1. ทางวัดมีบริการให้ แต่ยังมีจำนวนจำกัดอยู่ (แนะนำให้สอบถามเพื่อเช็คจำนวนชุดก่อน เนื่องจากบ้างครั้งทางวัดติดจัดโครงการ ชุดอาจจะไม่เพียงพอ)

2. สามารถเตรียมไปเองได้ (หลังใช้เสร็จ หากมีความประสงค์จะบริจาคให้กับทางวัดเพื่อเป็นสาธารณะกุศลแก่ตัวเองก็ได้)

3. หากไม่มีชุดปฏิบัติธรรม สามารถใส่เสื้อสีขาว และกางเกางสีดำ (สุภาพได้)

เว็บไซต์ของวัดป่าดงมะไฟ http://dongmafaitemplestay.wordpress.com/

ฤดูแห่งการทำบุญ ในช่วงวันหยุดยาวก่อนเข้าพรรษาแบบนี้ เชื่อว่าหลายๆคนคงเดินสายทำบุญกันยกใหญ่ มีความเมื่อยกายแต่สุขใจไปตามๆกัน และวันนี้คงเป็นวันหยุดวันสุดท้ายในจำนวน 4 วันหวังว่าทุกคนคงเดินทางกลับบ้านด้วยความปลอดภัยกันทุกคน ซือเจ๊ก็เป็นอีกคนที่มีโอกาสเดินทางไปทำบุญที่ต่างจังหวัด คงไม่ต้องบอกนะว่าที่ไหน แน่นอนที่นั้นก็คือ ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ. ขอนแก่น อีกตามเคย แต่การไปทำบุญครั้งนี้ ซือเจ๊ได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปเยี่ยม ศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งใหม่ ซึ่งเป็นสาขาของเวฬุวันชื่อ สำนักปฏิบัติธรรมถาวรวนาราม (อ่านว่า ถา-วอน-วะ-นา-ราม) หรือเรียกสั้นๆว่า วัดป่าดงมะไฟ ตั้งอยู่ที่ ต.โคกมน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ แค่เห็นที่ตั้งก็คงพอจะเดาออกว่า ที่นั้นจะบรรยากาศดีแค่ไหน การเดินทางไปเยี่ยมที่นี่ครั้งแรกในชีวิตหลังจากที่ได้ยินชื่อมายาวนานพึ่งเคยไปเห็นด้วยตาก็ครั้งนี้แหล่ะ สวยงามจริงๆ ช่างดูเงียบ สงบ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ต้นไม้ ภูเขา และน้ำตก ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่นั้น ความรู้สึกจะเป็นยังไง แค่คิดว่าหายใจเข้าก็โล่ง หายใจออกก็โล่ง แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว สีเขียว กลิ่นดิน กลิ่นต้นไม้ โอว์ววว ธรรมชาติอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก :P

เร็วๆนี้ที่นี้จะเปิดรับผู้ที่สนใจ ปฏิบัิตธรรมอย่างเป็นทางการแล้ว รวมทั้งมีแผนที่จะพัฒนาะเป็น Temple Stay ตามโครงการของ ททท. เพื่อเปิดรับชาวต่างชาติที่สนใจการปฏิบัติธรรม ซึ่งในหลายๆประเทศเช่น เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ต่างก็มีโครงการนี้และได้รับความนิยมค่อนข้างสูง เอาเป็นว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ “ดงมะไฟ” พร้อมที่จะรับรอง ผู้ที่สนใจการปฏิบัิตธรรม และ ขวานขวายหาทางสงบสุขแห่งจิตใจ ใคร่สำรวจตัวเองอย่างสงบ ไร้ซึ่งสิ่งรบกวนใด แล้วละก็ซือเจ๊สัญญาว่า จะรีบกลับมา update ข้อมูลให้ทุกท่านได้ทราบ ในเร็วๆนี้ เพราะว่าซือเจ๊ก็มีแผนจะไปที่นี่เหมือนกัน ต้องไปให้ได้ซักครั้ง ถ้าอยากท้าทายต้องไปฤดูหนาว ฮ่าๆรับรอง ทรมานสุดๆ.. ใครทนได้ก็ทนปาย กลับลงมาจากภูเขาเมื่อไหร่ เห็นทีจะเข็ดไม่ใช่น้อย..

ตอนนี้ไปชมภาพ บรรยากาศโดยรวมดูกันดีกว่า ว่าทำไมถึงบอกว่า “ดงมะไฟดินแดนแห่งความสงบ”

ภาพชุที่1: เริ่มกันที่ภาพชุดแรกกันเลย ภาพนี้รวมบรรยากาศตั้งแต่เดินทางวิวห์ระหว่างทางเต็มไปด้วยภูเขาและต้นไม้ ร่มรื่นมาก แต่เสียวตรงทางขึ้นน้ำหนาวนี่สิ คดเคี้ยว เลี้ยวลดและสูงชันน่าดู ใครจะเอารถไปเองก็ขับระวังๆกันหน่อยละกัน

ภาพชุดที่2: บรรยากาโดยรวมภายในวัด

ภาพชุดที่3: พื้นที่และธรรมชาติโดยรอบ ในฤดูหนาวท่าทางจะหมอกเยอะ อิอิโรแมนติก

เป็นไงบ้างคะ เห็นแล้วชุ่มฉ่ำและเย็นตาเย็นใจดีไหม นี่เราไปฤดูฝน ตรงด้านหลังของที่นี่ติดกับน้ำตกซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยงถึง 3 แห่ง แต่พอดีวันที่ไป หญ้าขึ้นเยอะไปหน่อยเลยไม่กล้า ฝ่าเดินทางไปเก็บภาพมาให้ชมกัน เอาเป็นว่า เร็วๆนี้จะแวะมา update ข้อมูลให้ทราบอีกทีเผื่อจะมีใครสนใจไปปฏิบัิตธรรมและไปเยี่ยมชม ให้เห็นกับตา เชื่อว่าใครได้เห็นต้องชอบแน่นอน แต่จะกล้าอยู่กันไหม มันในป่าจริงๆ ตอนนี้ที่นั้นก็เปิดสอนการปฏิบัิิติธรรมอยู่เหมือนกัน แต่ติดที่การเดินทางค่อนข้างลำบาก ถ้าใครสนใจจะไปจริงๆ แนะนำให้ไปกันแบบกลุ่ม หรือหมู่คณะ โดยอาจจะโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์ปฏบัติธรรมเวฬุวันก่อนว่าจะมากันกี่คน และอยู่กี่วัน (กรณีที่รีบนะคะ) ถ้าไม่รีบก็รอเจ๊ก่อนเด๋วเจ๊มา update อีกทีคะ ของเขาดีจริงๆแนะนำ รับรองไ่ม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ธรรมชาติจริงๆ :P

update ข้อมูลเพิ่ิมเิติม

เบอร์โทรศัพท์วัดป่าดงมะไฟ สามารถติดต่อได้ทั้งสองเบอร์ตามสะดวก แต่มีมีเพียงเบอร์หนึ่งที่รองรับการสนทนาด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งเปิดไว้เพื่ออำนวยความสะดวงให้แก่ชาวต่างชาติที่สนใจมาปฏบัติธรรมที่ี่นี่คะ

089-376-4656 (บุคคลทั่วไป)

089-376-4655 (*สำหรับชาวต่างชาติ และบุคคลทั่วไป)

วิธีการเดิทาง มี 3 วิธี

1.รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารเข้าถึงหมู่บ้าน

2.เดินทางด้วยรถตู้ ของศูนย์ปฏิบัิติธรรมสวนเวฬุวัน (กรุณาต่อสอบถามข้อมูลข้อมูลที่วัดป่าดงมะไฟเบอร์โทรศัพท์ 089-376-4656 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานงานให้  และอาจมีค่าใช้จ่าย(ตามศรัทธา)แนะนำให้มาเป็นกลุ่ม 7-10 คน )

3. เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว (สะดวกที่สุด)

ชุดปฏิบัติธรรม

1. ทางวัดมีบริการให้ แต่ยังมีจำนวนจำกัดอยู่ (กรณีมาเป็นหมู่คณะ แนะนำให้สอบถามเพื่อเช็คจำนวนชุดก่อน เนื่องจากบ้างครั้งทางวัดติดจัดโครงการ ชุดอาจจะไม่เพียงพอ)

2. สามารถเตรียมไปเองได้ (หลังใช้เสร็จ หากมีความประสงค์จะบริจาคให้กับทางวัดเพื่อเป็นสาธารณะกุศลแก่ตัวเองก็ได้)

3. หากไม่มีชุดปฏิบัติธรรม สามารถใส่เสื้อสีขาว และกางเกางสีดำ (สุภาพได้)

เว็บไซต์ของวัดป่าดงมะไฟ http://dongmafaitemplestay.wordpress.com/

 

 

ห่างหายไปนานกับการเขียนบล๊อก ทำเอาเริ่มต้นเรื่องไม่ถูกกันเลยทีเดียว จะไม่พูดมากละนะเขิน เวลามีน้อยใช้สอยประหยัด เข้าเรื่องเลยแล้วกัน จำได้ว่าทุกๆปีเรามีนัดปฏิบติธรรมประจำปีที่ เวฬุวัน ช่วงนี้ทางศูนย์เริ่มประกาศรับสมัคร ผู้ที่สนใจเข้าร่วมปฏิบ้ติธรรม ประจำปี 2553 แล้ว รายละเอียดติดตามได้ที่นี่  http://www.dhammaforever.com/ 

ธรรมบัณฑิตปัญญาชน รุ่นที่ ๗ (ระดับอุดมศึกษา)

วันที่ ๒๔ – ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

ใต้ร่มพุทธธรรม รุ่นที่ ๒ (ชายหญิงอายุ ๒๐ ปีขึ้นไป)

วันที่ ๖ – ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓

แก่นเพชร รุ่นที่ ๒ (ชายหญิง อายุ ๑๕ – ๒๐ ปี)

วันที่ ๑๙ – ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓

กิ่งเพชร รุ่นที่ ๒ (ชายหญิง อายุ ๑๒ – ๑๔ ปี)

วันที่ ๖ – ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓

ดรุณธรรม รุ่นที่ ๙ (ชายหญิง อายุ ๕ – ๑๑ ปี)

วันที่ ๒๘ – ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓

เพื่อประกอบการตัดสินใจ สำหรับคนที่ยังลังเล และไม่รู้ว่าเข้าไปแล้วเขาทำอะไรกันบ้าง วันนี้มีภาพของปีก่อนมาให้ดูกันซักเล็กน้อย

1. ภาพกิจกรรมปฏิบ้ติธรรมโกรงการ “ดรุณธรรม” สำหรับเด็ก 5 – 11 ปี


2.ภาพกิจกรรมปฏิบ้ติธรรมโกรงการ “กิ่งเพชร” สำหรับเด็กอายุ 12-14 ปี                         

3.ภาพกิจกรรมปฏิบ้ติธรรมโกรงการ “แก่นเพชร” สำหรับเยาวชนอายุ 15 - 20 ปี

4.ภาพกิจกรรมปฏิบ้ติธรรมโกรงการ “ใต้ร่มพุทธรรม” สำหรับบุคคลทั่วไปอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป

            คงไม่มีใครอยากได้รับของขวัญปีใหม่แบบนี้..เมื่อวานพี่สาวซือเจ๊โทรมาแจ้งข่าวร้ายแต่เช้าเลยว่า น้องหมี สุนัขตัวโปรดของซือเจ๊โดนรถชน อาการสาหัส เกือบไม่ทันดูใจและก็ตายในที่สุด พี่สาวเล่าให้ฟังว่าได้ยินแต่เสียงดัง เลยวิ่งออกมาดู ตรวจสอบนับจำนวนสมาชิกหมา ขาดไปตัวหนึ่ง เลยร้องเรียกชื่อมัน ปรากฏว่ามันใช้พลังที่เหลืออยู่เฮือกสุดท้าย พยายามชูคอขึ้นเพื่อให้เจ้าของมันเห็น จากนั้นพี่สาวก็รีบปรี่เข้าไปหามัน แล้วก็จับขาปรากฏว่าขาเย็นแล้วและลูปที่หัวมันเบาๆ จากนั้นมันก็ค่อยๆหลับและจากไปอย่างสงบ พี่สาวบอกว่า ขามันหัก คอมันก็หัก แต่ก็พยายามจะยกให้เจ้าของเห็น ฟังแล้วน้ำตาไหล สงสารมัน ซือเจ๊พึ่งเจอน้องลูกหมีล่าสุดเมื่อตอนกลับบ้านไปงานกฐินเวฬุวัน และก็ได้ถ่ายรูปมันเก็บไว้ ไม่คิดว่าจะเป็นการเจอกันครั้งสุดท้าย เมื่อคืนนี้ทั้งซือเจ๊และพี่สาว ต่างก็ไปสวดมนต์ข้ามปี แต่คนละวัด พี่สาวไปที่เวฬุวัน ส่วนซือเจ๊ไปที่วัดสระเกศวรมหาวิหาร ทั้งคู่ต่างก็ร่วมใจกันแผ่นเมตตาให้น้องหมีโดยไม่ได้นัดหมาย หวังว่าน้องหมีจะได้รับผลบุญกุศลในครั้งนี้ จะได้ไปเกิดในภพภูมิที่สูงกว่าเดิมต่อไปนะ รักและคิดถึงเสมอ.

ห่างหายจากการเขียน blog ไปนาน ทำเอาแฟนคลับเคือง!! ต้องขออภัยในความ Busy เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามรสุมงานและเรียน ถาโถม กินนอนไม่เป็นเวลา (แต่ไม่ยักกะผอมแฮะ.!)

ในช่วงที่ผ่านมาซือเจ๊ได้รับบทเรียนราคาแพงอย่างหนึ่ง เหตุเกิดจากงานเข้า จึงละทิ้งธรรมะ และการชำระล้างจิตใจไปพักใหญ่ เนื่องจากรู้ดีว่าในช่วงเข้าพรรษาจะต้องกลับเข้ามาอยู่ดี จึงขอเวลาสัก 2 เดือนเพื่อทุ่มเทเวลาในการทำงานบางอย่าง สุดท้ายก็ทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ (คิดผิดเจงๆเลยเรา)

จากการสังเกตพฤติกรรมตัวเองจากเหตุการณ์หลายๆอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ด้านอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก พฤติกรรม ลักษณะการพูดจา และหลายๆอย่างทำให้รู้สึกได้เลยว่า สันดานดิบของมนุษย์ผู้ไร้ซึ่งธรรมะได้บังเกิดขึ้นมาในตัวเราเสียแล้ว นี่มันนางมารร้ายชัดๆ เช่นหลายๆอย่างที่ไม่ควรทำ ก็ยังกล้าที่จะทำโดยไม่รู้สึกผิด หลายๆอย่างที่ควรทำกลับไม่ทำ ดูเหลาะแหล่ะ และอ่อนแอ ไร้เหตุผล มีอะไรมากระทบนิดๆหนอ่ยๆก็สามารถทำให้อารมณ์เสียได้ทั้งๆที่เมื่อก่อนจะใจเย็นมากๆและไม่ตอบโตใคร (ถ้าไม่จำเป็น) หลังๆกลับรู้สึกว่าตัวเองใจร้อนและมักทำอะไรไร้สติอยู่บ่อยๆ ทำอะไรตามอารมณ์ตัวเอง จนน่าตกใจ แต่ตอนนี้เชื่อแล้วว่าธรรมะคือชีวิต เราไม่ควรใช้ขีวิตให้ห่างจากพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเลยจริงๆ ที่ผ่านมารู้สึกได้เลยว่าตัวเองใช้ชีวิตอย่างคนขาดสติ ทำอะไรตามใจตัวเองจนเกินไป ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเวลามีเรื่องมากระทบใจก็จะรู้สึกแย่ไปเลย หรือพูดง่ายๆก็คือ “อารมณ์วัยรุ่นเซร้ง” นั่นแหล่ะ กว่าจะดึงตัวเองกลับมาได้แทบแย่

ต้องขอบใจน้อง PK ที่คอยแวะเวียนมาเตือนสติอยู่บ่อยๆ และทำตัวเป็นต้นแบบที่ดีให้เห็น ทั้งๆที่ก็รู้กันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า “คนที่มีธรรมะจะอยู่เหนือปัญหาและความทุกข์ทั้งปวง” แต่ก็ไม่สามารถดึงตัวเองกลับมาได้ คิดไปคิดมาก็เสียดายเวลา 2 เดือนที่เสียไปจริงๆ แต่ไม่เป็นไรเพราะจากนี้ไป จะกลับมาเป็นซือเจ๊คนเดิม ที่จะใช้ธรรมะเป็นหลักในการดำเนินชีวิตสืบไป จะไม่ยอมทิ้งของดีๆแบบนี้ไปอีกแล้ว บอกได้คำเดียวว่า “เข็ด”

ตอนนี้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว หลังจากกลับไปพักผ่อนวันเข้าพรรษาที่บ้านเป็นเวลาหลายวัน ปีนี้ได้ทำบุญหลายอย่าง ทั้งการถวายผ้าอาบน้ำฝน การถวายเทียนพรรษา ถวายน้ำมันตะเกียง รวมทั้งการร่วมเป็นโยมอุปัฏฐาก (โยมอุปัฏฐาก คือ คฤหัสถ์ที่แสดงตนเป็นผู้อุปการะพระสงฆ์โดยเจาะจง อุปการะรูปใดก็เป็นโยมอุปัฏฐากของรูปนั้น) อันนี้อยากทำมาหลายปีแล้ว แต่พึ่งมีโอกาสได้ทำในปีนี้แหล่ะ (เปรมมั๊กๆ)

เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงเข้าพรรษาของทุกปีซือเจ๊จะมีกิจกรรมหรือโครงการที่กำหนดขึ้นมาเพื่อบังคับให้ตัวเอง สวดมนต์และปฏิบัติธรรมที่ห้องเสมอในช่วงเวลา 3 เดือนของการเข้าพรรษา นับเป็นวันรวมๆแล้วก็ 89 วันโดยเริ่มจากวันที่ 8 กรกฏาคม – 4 ตุลาคม ของทุกปี ตามที่หลวงพ่อจรัญเคยบอกไว้ว่า “ทำบ้านให้เป็นวัด”  ในปีที่แล้วซือเจ๊ใช้ชื่อโครงการว่า “บทพิสูจน์ความเป็นอริยะ” ส่วนปีนี้ซือเจ๊ใช้ชื่อโครงการว่า “ไตรมาสแห่งการทำความดี” และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่มีเพื่อนมาร่วมโครงการด้วยตั้ง 1 คนสำหรับโครงการไตรมาสแห่งการทำความดีนี้ ซือเจ๊มีข้อกำหนดว่าในหนึ่งวัน จะต้องหาเวลาสวดมนต์และปฏิบัติธรรมให้ได้อย่างน้อย 1 ครั้ง ส่วนจะใช้เวลานานแค่ไหน หรือจะสวดมนต์แบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะตั้งจิตอธิฐานเอาไว้ว่าอย่างไร เอาตามที่ตัวเองสะดวกก็แล้วกัน แต่สำหรับซือเจ๊เนื่องจากมีประสบการณ์มาแล้วจากการปฏิบัติเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ก็เลยขอหนักหน่อย ไหนๆก็เสียเวลาทำแล้ว ขอทำให้เต็มที่ไปเลย สบายใจเฉิบ อิอิ

กิจกรรมที่ตั้งใจว่าจะทำในวันเข้าพรรษานี้ (เผื่อมีคนสนใจอยากร่วมโครงการนี้กับซือเจ๊ด้วยก็เชิญนะคะ)

1. รักษาศีล : ใครสะดวกศีล 5 หรือ 8 ก็ตามสะดวกอยากได้ศีลไหนก็อาราธนาศีลนั้นเองก็แล้วกัน ส่วนซือเจ๊จะถือศีล 8 เฉพาะวันพระ

2. การสวดมนต์ : มีทั้งแบบสั้น และ ยาว แล้วแต่ว่าใครสะดวกแบบไหน (ในหนึ่งวันสามารถใช้แทนกันได้ นั่นคือเลือกแค่แบบเดียวก็พอ) แต่ขออย่างเดียว อย่าให้เบียดเบียนตัวเองจนรู้สึกว่ามันกลายเป็นภาระและปัญหาของตัวเองก็พอ สำหรับซือเจ๊ก็ดูเป็นวันๆ ว่าสะดวกอันไหน เน้นยืดหยุ่น พอสวดแล้วก็แผ่เมตตาแล้วก็อุทิศบุญกุศลตามปกติ

- แบบสั้น : ไว้สวดก่อนนอน หรือเวลาเร่งด่วนกรณีที่ต้องการความรวดเร็ว

- แบบยาว : ถ้ามีเวลามากก็จะเป็นการ ทำวัตรเช้า และ วัตรเย็น ในกรณีที่เป็นวันพระตั้งใจว่าจะสวดให้ได้แบบเดียวกับที่ เวฬุวันเลยคือเพิ่มบทสวดมหาเมตตาใหญ่เข้าไปด้วย

การทำวัตรเช้า : เป็นการเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อฟังโอวาท

การทำวัตรเย็น : เป็นการเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อฟังธรรม

3. วิปัสสนากรรมฐาน : ก็เน้นการเดินจงกรม และนั่งสมาธิ ส่วนระยะเวลาก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องทำเป็นเวลายาวนาน แต่ขอให้ทำทุกวันก็พอ วันละนิดๆหน่อยๆ

ตอนนี้ก็ทำมาได้ 4 วันแล้วถ้าใครยังไม่มีกิจกรรมดีๆทำในวันเข้าพรรษาก็สามารถเริ่มได้นะคะแนะนำๆ แค่ 3 เดือนเองลองทำดู ถ้าไม่ชอบปีหน้าก้ไม่ต้องทำแต่ปีนี้ลองทำดูก่อนเพื่อประเมินตัวเอง สำหรับปีนี้ดีกว่าปีที่แหล้วหน่อยหนึ่งเนื่องจาก “ตั้งใจจะทำบ้านให้เป็นวัดจริงๆ” ก็เลยเลือกทำให้ได้มาตรฐานเดียวกับที่เวฬุวันเลย นั้นคือ ใช้หนังสือสวดมนต์เล่มใหญ่พร้อมคำแปล แล้วก็มี CD ไว้นำสวดจะได้มีบรรยากาศเหมือนอยู่ในวัด วันนี้เพื่อนที่ร่วมโครงการก็ฝากซื้อ หนังสือสวดมนต์และ CD มาแล้วหวังว่าจะช่วยสร้างบรรยากาศในการทำความดีครั้งนี้ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดีนะ

หน้าตาของหนังสือคู่มือการทำวัตเช้า – วัตรเย็นของ ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวัน มันดีตรงที่มีคำแปลให้ด้วยและเป็นหนังสือที่ใช้สวดประจำที่ศูนย์

Manual01

ส่วนนี้ก็เป็น CD-ทำวัตรเช้า

CDW01

CD-ทำวัตรเย็น

CDW02

CD-บทสวดมหาเมตตาใหญ่ (เมตตาพรหมะวิหาระภาวนา)

CDW03

ราคาหนังสือ 80 บาทส่วน CD ก็น่าจะไม่เกิน 50 บาทใครสนใจก็ลองไปหาซื้อมาฟังดูได้เสียงดีทีเดียว การเข้าร่วมโครงการ “ไตรมาสแห่งการทำความดี” ครั้งนี้ไม่ได้ทำเพราะอยากได้บุญ แต่ทำเพราะทำแล้วรู้สึกสบายใจ และสงบ รวมทั้งฝึกรักษาคำพูดและเอาชนะตัวเอง จะได้ไม่ทำอะไรตามใจตัวเองจนเสียนิสัย ฝึกบริหารจัดการเวลาตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง. :D

NINE WORDS WOMEN USE!!

วันนี้ได้รับ E-mail ฉบับหนึ่งจากเพื่อน อ่านแล้วถึงกลับขำไม่ออกกันเลยทีเดียว มันเป็นความรู้สึกอึ้งมากกว่า ในฐานะผู้หญิงคนหนึงขอ Confirm ว่าข้อความด้านล่างที่จะได้อ่านต่อไปนี้ “เป็นจริงทุกประการ” อย่างไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้ ฮ่าๆ…

NINE WORDS WOMEN USE – เก้าคำกำกวมของผู้หญิง
(1) ดี , โอเค : คำนี้ผู้หญิงใช้ปิดการโต้เถียงตอนที่เธอมั่นใจว่าเป็นฝ่ายถูก และคุณต้องหุบปากซะ
(2) ห้านาทีนะ : ถ้าหล่อนกำลังแต่งตัว นี่จะหมายถึงชั่วโมงครึ่ง แต่ห้านาทีก็คือห้านาทีถ้าเธอเพิ่งยอมให้คุณดูบอลต่ออีกห้านาทีแล้วค่อยไปช่วยเธอทำงานบ้าน
(3) ไม่มีไร : นี่คือความสงบก่อนพายุจะเข้า มันแปลว่า”มีอะไร”แน่ ๆ ขอให้เตรียมตัวได้เลย การโต้เถียงที่เริ่มด้วย “ไม่มีไร” มักจะไปจบลงที่ “ดี , โอเค”
(4) ก็เอาดิ , เอาเลย : นี่เป็นคำท้า ไม่ใช่คำอนุญาต อย่าทะลึ่งทำเป็นอันขาด!
(5) ทำเสียง ชิ , ฮึ , จึ๊ ฯลฯ ออกมาดัง ๆ : มันมีความหมายแน่นอน แต่อวจนภาษามักทำผู้ชายเข้าใจผิด เสียงพวกนี้หมายความว่าเธอกำลังคิดว่าคุณแม่งซื่อบื้อเหลือทน และไม่เข้าใจว่าจะมาเสียเวลายืนเถียงกับคุณเรื่อง”ไม่มีไร”แบบนี้ทำไม (กลับไปดู “ไม่มีไร” ที่ข้อ 3)
(6) ไม่เป็นไร : นี่คือสถานะอันตรายสุด ๆ ที่ผู้หญิงจะมีต่อผู้ชายแล้ว “ไม่เป็นไร”แปลว่าเธอต้องคิดดูก่อนอย่างนานและอย่างหนักว่าคุณต้องชดใช้อะไร อย่างไร และเมื่อไหร่ ในความผิดที่คุณก่อไว้
(7) ขอบคุณ : ถ้าผู้หญิงขอบคุณ อย่ามีคำถาม อย่ามัวทำเฉย ตอบรับคำเขาไปดี ๆ (แต่ขอเพิ่มหน่อยว่า ถ้าผู้หญิงพูดว่า “ขอบคุณมาก” อันนี้ประชดเต็มดอก เธอไม่ได้ขอบคุณอะไรเลย อย่าได้ทะลึ่งตอบรับ ไม่งั้นคุณจะเจอกับ “เออ เอาเหอะ”)
(8) เออ เอาเหอะ : เป็นวิธีที่เจ้าหล่อนจะพูดกับคุณว่า ไอ้เหี้ย!
(9) อย่าห่วงเลย , อือ เข้าใจละ : อีกหนึ่งสถานะอันตราย หมายความว่านี่คือบางอย่างที่เธอบอกให้คุณทำมาหลายครั้งละ แต่คราวนี้เธอจะทำเอง ซึ่งเดี๋ยวคุณก็จะถามว่า “เป็นไรอะ” แล้วคุณก็จะเจอกับข้อ 3.

* ส่งให้ผู้ชายทุกคนที่คุณรู้จัก เขาจะได้เลี่ยงอันตรายจากการโต้เถียง ถ้าเขาจำความหมายเหล่านี้ได้.
* ส่งให้ผู้หญิงทุกคนที่คุณรู้จัก เธอต้องฮาแน่ ๆ เพราะเธอรู้ว่ามันจริงทั้งนั้น!!!

เสียดายไม่รู้ที่มาและไม่รู้ว่าใครเป็นคนรวบรวมและคิด เลยไม่รู้จะให้เครดิตยังไง เอาเป็นว่าขอบคุณที่รวบรวมมาให้อ่านนะ อิอิ :P ขำเจงๆช่างคิดได้

Older Posts »

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.