ต้องบอกว่าวันนี้ที่รอคอยจริงๆ หลังจากที่ซือเจ๊ได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวันมาเมื่อตอนต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาตามที่ได้เล่าให้ฟังกันแล้วที่นี่ และเนื่องจากระว่างที่เขียนเล่าเรื่องนั้นไม่มีภาพประกอบใดๆให้ได้ชมกันเลยเนื่องจากไม่ได้พกกล้องเข้าไปด้วยเพราะต้องการเน้นการปฏบัติจริง จึงไม่นำกล้องถ่ายรูปไปด้วย ก็ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตารอภาพถ่ายทั้งหมดที่สามารถขอรับได้จากทางศูนย์ซึ่งเค้าจะรวบรวมไว้ให้ใครอยากได้ก็ไปขอได้ ตอนนี้ซือเจ๊ได้มาแล้ว มาชมภาพบรรยากาศตอนที่ซือเจ๊ไปร่วมปฏิบัติธรรมกันคะ คัดมาเพียงบางส่วนเอาให้เห็นภาพคร่าวๆก็พอว่าไปทำอะไรที่ไหนมีกิจกรรมอะไรบ้าง พร้อมกันแล้วก็ตามซือเจ๊มาได้เลยคะ
1 >> เริ่มกันที่ศาลา 72 ปีหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมโม ที่ยิ่งใหญ่และอลังการมากๆใช้เป็นที่อบรมพัฒนาจิตและเป็นทีพักจุคนได้มากกว่า 1000 คนเชียวข้างในกว้างขวางทีเดียวอากาศถ่ายเทดีมากๆไม่ต้องมีแอร์ (ตอนทีไปน้องๆเยาวชนใช้ศาลานี้)

2. >>ส่วนศาลานี้เป็นศาลาที่โครงการที่ซือเจ๊เข้าร่วมใช้อยู่ ชื่อว่าศาลาสุทธิญาณมงคล

3.>>ป้ายโครงการที่ซือเจ๊เข้าร่วม มีชื่และวันเวลาที่ใช้ในการปฏิบัตดังนี้ เค้าจะจัดช่วงนี้ของทุกปี แนะนำคะ อิอิ

4.>>ฟังธรรมบรรยายจากพระอาจารย์ธรรม์ พระอาจารย์ผู้ดูแลโครงการนี้ แต่พวกเราจะรู้จักกันดีในนาม “พระอิน” เพราะปรกติท่านจะไม่อยู่เมืองไทย ท่านจะประจำอยู่ที่อินเดียเสียส่วนใหญ่และจะกลับมาเพื่อสอนผู้ปฏฺิบัติธรรมเฉพาะโครงการนี้ปีละครั้งเท่านั้น จึงไม่ค่อยจะได้เจอท่านง่ายๆเท่าไหร่

5.>>ภาพมุมกว้างๆรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 12 แล้วมีชื่อรุ่นว่ารุ่น “1 โหล”

6.>>จากนั้นก็รับการฝึกสอนจากอาจารย์ผู้ฝึกสอนและวิทยากรคือ ท่านอาจารย์เพ็ญศรี ซึ่งเป็นหัวหน้าวิทยากรผู้ดูแลโครงการนี้ทุกปีเช่นกันในภาพผู้ปฏิบัติธรรมกำลังเดินจงกรมกันอยู่คะ

7.>>หลังจากเดินจงกรมเสร็จประมาณ 45 นาทีก็นั่งสมาธิต่ออีกเป็นเวลา 45 นาที (ทำแบบนี้ทุกวัน ส่วนเวลามากน้อยแล้วแต่วิทยากรจะกำหนดให้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะดูอาการของผู้ปฏิบัติเป็นหลักว่าไหวไหม ฮ่าๆ…ส่วนใหญ่จะต่อรองให้น้อยลงแต่ซือเจ๊อยากนั่งนานๆเพราะไหนๆก็ตั้งใจไปแล้ว ต้องทำให้เต็มที่ อดทนให้เต็มที่ บอกแล้วว่าให้ไปลำบากไม่ได้ให้ไปสบาย ต้องอดทน)

8.>>หลังจากผู้ฏิบัติธรรมคุ้นเคยและสามารถปฏิบัติเองได้แล้ว ผู้ฝึกสอนก็จะมีทางเลือกให้ด้วยสำหรับคนที่ต้องการแยกปฏิบัติเอง นั่นคือจะมีการเดินจงกรมและนั่งสมาธินอกสถานที่ แล้วแต่ว่าใครสะดวกแบบไหน ถ้าไม่สะดวกก็ปฏิบัติบนศาลาตามเดิมก็ได้ ซึ่งการแยกไปนี้เป็นวันที่เริ่มหนักขึ้นแล้ว ซือเจ๊แยกไปปฏิบัติแบบ (เดิน 1 นั่ง 1 บรรลังก์)คือนั่ง 1:30 และเดิน 1:30 นาทีรวดเดียวจบเลย แต่ถ้าใครไม่ไหวก็ปฏิบัติข้างบนเค้าจะแบ่งเป็น 2 บรรลังก์ (นั่ง 2 เดิน 2 บรรลังค์) นั่นคือนั่ง 45 เดิน 45 เป็นจำนวน 2 รอบ

9.>> หลังจากปฏิบัติเสร็จก็จะมีช่วงพักเบรค หลายๆคนก็เลือกที่จะทำความดีตอบแทนคุณวัด (เนื่องจากข้าวฟรี น้ำ-ไฟ และที่พักฟรี ทุกอย่าง ไม่ได้เสียเงินสักบาทแม้แต่ค่าสมัคร เสียแต่ค่าเดินทางมากันเอง อ้อลืมจะได้จ่ายเฉพาะค่าเช่าชุดขาวชุดละ 10 บาทเท่านั้น ใครอยากได้กี่ชุดก็ว่าไป ถ้าไม่อยากเสียเงินก็เตรียมชุดไปเองได้)

อึกภาพจะเห็นว่าป้ายชื่อมีหลายสี สีชมพูคือเยาวชน สีฟ้าคือ บุคคลทั่วไป ถ้าเป็นเด็กๆพระอาจารย์จะไม่อนุญาตให้ใส่รองเท้า ต้องเดินเท้าเปล่าเท่านั้น และถ้าคนปฏิบัติเคร่งจริงๆเขาจะไม่ใส่รองเท้ากัน อ้าวแล้วทำไมหล่ะ..? ถือเป็นปริศนาธรรมข้อที่ว่า … ไม่ให้ยึดติดกับ ลาภ ยศ สรรเสริญ และอื่นๆดังเช่นพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นถึงหน่อเนื้อกษัตริย์แต่ก็ยอมละทิ้งทุกอย่าง ยอมถอดเครื่องทรงและรองเท้าทองคำของกษัตริย์หันหลังให้กับทางโลกแล้วมุ่งหน้าเดินเท้าเปล่าเพื่อแสวงหาความหลุดพ้น (เอาไว้มีโอกาสจะเขียนเล่าให้ฟังอีกครั้งนะ
เดียวจะยาวไป)

10 .>> หลังจากปฏิบัติไปแล้วเพื่อให้ได้ครบทั้ง 3 อย่างตามหลักไตรสิกขาคือ ทาน ศีล ภาวนา เนื่องจากการมาปฏิบัติธรรมนี้จะได้แน่ๆคือ การถือศีลคือ”ศึล” 8 และการนั่งวิปัสสนากรรมฐานนีคือ “ภาวนา” ก็เหลืออีกหนึ่งอย่างคือการให้ “ทาน” เนื่องจากเป็นช่วงวันขึ้นปีใหม่ไทยพอดี (สงกรานต์) ทางศูนย์จึงจัดให้มีการทำบุญตักบาตรด้วย

หมดแล้วคะ
หวังว่าคงเห็นภาพคร่าวๆกันบ้างแล้วว่า การเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเขาเข้าไปทำความดีอย่างไรกันบ้าง
เพราะถ้าให้อยู่เฉยๆคงเป็นไปได้ยากที่อยู่ดีๆจะลุกขึ้นมาสวดมนต์ ถือศีล แบบจริงๆจังๆ จริงไหมคะ ลองหาเวลาและหาโอกาสเข้าไปทำความดีเพื่อตัวท่านเองและครอบครัวดูสักครั้งนะคะ
ปล.ไม่ต้องมองหาซือเจ๊หรอกนะ ว่าอยู่ส่วนไหนของรูปถ่ายบ้าง ไม่ได้ชมแน่ๆฮ่าๆ..บอกแล้วว่าคัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้วแฮ่ะๆ
+++++++++++++++++
เล่าเรื่องก่อนเข้าปฏิบัติธรรมอ่านได้ที่ Blog สุดท้ายก่อนเข้าสู่..”ร่มกาสาวพัตร”
เล่าเรื่องสรุปหลังจากไปปฏิบัติธรรมครั้งนี้อ่านได้ที่ สุขใดไหนเล่าจะเท่าเข้าวัดปฏิบัติธรรม
I can’t see pictures krub.
Wow….you sit for one and a half hour!!! That’s amazing. I can only do 20 min and it’s not actually focus too.
“ปล.ไม่ต้องมองหาซือเจ๊หรอกนะ” Who do you want to tell? …your secret admire? 555 just kidding.
@ lek เรื่องมองไม่เห็นภาพ แก้ไขให้แล้วนะคะ ต้องขออภัยผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อยคะ
(อายจัง!!)
การนั่งชั่วโมงครึ่ง ยืนชั่วโมงครึ่ง มันกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่ปฏิบัติเป็นประจำแล้วค่ะโครงการนี้เมือก่อนหนักกว่านี้อีกเพราะนั่ง 3 ชั่วโมงยืน 3 ชั่วโมงก็มี แต่ว่าหลังๆมีคนบ่นว่าหนักไปเค้าเลยลดลงมา ช่วงที่ซือเจ๊ไปก็ถือว่าเบามากถ้าเทียบกับเมื่อก่อน ซึ่งบางคนก็ชอบแบบเบาะๆแต่บางคนก็ชอบแบบหนักๆ เพราะถ้าทำต่อเนื่องหลายๆชั่วโมงมันได้สมาธิกว่า แต่ถ้าทำเพียงแค่ 30 นาทีมันขาดๆเกินๆยังไงไม่รู้คะ แบบว่ากำลังจะได้สมาธิก็หมดเวลาซะแล้วแฮ่ๆ และมันกลายเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ไปแล้วคือ “ปฏิบัติจริง”
เรื่องรูปซือเจ๊ นี่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันคะแต่รู้สึกว่ามีคนพยายามตามดูกันซะจริงๆจะตามดูกันทำไมเนียะ ไอ้เสื้อเหลืองๆที่ติดอยู่นี้ก็หน้าตาจริงๆนะคะ ไม่ได้ไปขอยืมใครมา
สุดยอดเป็น ครอสที่ advance มากเลยครับ
ปล.ขออนุโมทนาด้วยนะครับ
@pk จริงๆครอสนี้เป็นครอสเบสิคนะคะ เน้นสอนระดับพื้นฐานให้เข้าใจอย่างถูกต้องเสียก่อนจะได้นำไปฝึกเองได้ จากนั้นจึงค่อยๆไต่ระดับไป ตามความสามารถของแต่ละคนค่ะ อย่างที่เคยบอกแหล่ะคะว่า ทำเหมือนกันแต่ได้ไม่เท่ากัน จะได้ไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับตัวบุคคล รู้ได้เฉพาะตนค่ะ
ผู้คนเข้าร่วมโครงการเยอะมาก ดูแล้วท่าจะไม่เหงา
@donal03
การไปปฏฺิบัติธรรม ถ้าคนที่เขาเคร่งๆจริงๆเขาจะไม่พูดจากับใครเลยนะโดยเขาจะเขียนป้ายปิดไว้ว่า “งดพูด” เขาเรียกว่าการปิดวาจา คนยิ่งพูดมากยิ่งฟุ้งซ่าน บางคนถือศึลเคร่งมากๆรองเท้าไม่ใส่เลยก็มี หลวงพ่อสอนไว้ว่าไปไหนมาไหนเอาตาไปอย่าเอาปากไป ให้ตาเห็นก่อนปากอย่าไว เคยเห็นรูปลิงที่มันนั่งปิดหู ปิดตา ปิดปากไหม อันนั้นเค้าเรียกว่า ปริศนาธรรมอย่างหนึ่ง ถ้าใครทำได้จะดีกับตัวเองมากๆ.. อิอิ
เคยไปปฎิบัติธรรม หลายครั้งมาก
ทุกครั้งที่ไปก็ได้ความรู้สึกดีๆ ทุกครั้ง
ทุกครั้งที่ไปไม่อยากกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
เพราะที่นั่น เงียบ สงบ ไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัว มีสุข
แต่พอได้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
ก็ไม่อยากกลับไปปฏิบัติธรรมอีก เพราะมันเงียบ
555
คนเราก็อย่างนี้แหละ
@การ์ตูน อิอิหาเจอแล้วว่าอะไรดี อะไรไม่ดีสำหรับตัวเอง..แต่ก็มิได้นำพาเฮ้อ..
นี่คงเป็นหนทางช่วยโลกอย่างแท้จริงนะ ผมว่า
อนุโมทนาครับ
: )
@khun_aut เห็นด้วยเป็นอย่างมากคะ หลายๆประเทศก็เริ่มสนใจการปฏฺิบัติธรรมเหมือนกันนะคะ เพราะมันไม่มีข้อจำกัดด้านเชื้อชาติและศาสนา แล้วก็ไม่ได้ขัดหลักของศาสนาใดๆด้วย และที่สำคัญเขาก็ตระหนักด้วยตัวเองแล้วว่ามันมีผลดีมากกว่าผลเสีย
แต่ถ้าไม่มองระดับโลกก็มองกันแค่ระดับชาติเรานี่แหล่ะ ถ้าจะพัฒนาชาติบ้านเมืองต้องพัฒนาคนก่อน นี่เราพัฒนากันผิดทางดันเลือกพัฒนาเมืองก่อนซะอย่างนั้นแหล่ะ คราวนี้ตามแก้ปัญหากันลำบาก เมื่อเร็วๆนี้ซือเจ๊ดูข่าวหนึ่งได้ยินแว๊บๆว่า จะเปิดสถานที่เล่นเกมส์ในวัดเพื่อดึงดูดให้เด็กเข้าวัด (ไม่แน่ใจในรายละเอียดเหมือนกันนะคะพอดีฟังผ่านๆ) แต่ได้ยินประมาณนี้ ไม่รู้ว่าตกลงจะเข้าไปทำอะไรในนั้นเนียะ แนวคิดนี้เรียกว่าการแก้ปัญหาแล้วหรือ ได้ยินแล้วก็รู้สึกว่า เอ..ทำไมถึงคิดอะไรได้แค่นี้หนอ คนจะเข้าวัดนี่มันต้องหาอะไรมาหลอกล่อกันขนาดนั้นเลยเหรอ ซือเจ๊มองว่าการที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆจะไปขอ ไปบอกให้เด็กเข้าวัดเราต้องเข้าวัดให้เป็นแบบอย่างให้เขาดูก่อน ว่าเราเข้ามาเพื่ออะไร มันมีอะไรดี และทำไมต้องเข้า ไม่ได้เข้าเพราะเป็นแฟชั่น หรือมีคนบังคับให้เข้าก็เข้าไปงั้นๆ แต่เข้าด้วยใจ เข้าด้วยแรงศัทธาและเห็นแล้วซึ่งผลดีที่บังเกิดขึ้นแก่ตัวเอง เข้าเพื่อต้องการค้ำจุนรักษาพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไปอันเป็นหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนที่พึงทำ ต่างหาก
ปล.ถ้ายังมองไม่ออกก็นึกง่ายๆว่า ถ้าเราสอนลูกว่าการกินเหล้าสูบบุหรึ่ไม่ดีนะลูกฉะนั้นห้ามกินห้ามดื่ม แต่พ่อกับแม่ทั้งกินทั้งดื่มให้ลูกเห็นทุกวันๆ พอลูกถามกลับว่าถ้ามันไม่ได้แล้วพ่อกับแม่ทำไมถึงทำได้เราจะตอบเด็กว่าไง ถ้าตอบว่าพ่อกับแม่โตแล้วกินได้และกินเพราะต้องเข้าสังคม ถามว่าเด็กในวันนี้เมื่อวันเวลาผ่านไปเค้าจะยังคงเป็นเด็กอยู่ไหม คำตอบคือไม่ ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า เมื่อวันหนึ่งที่เขาโตขึ้นแล้วจะมีพฤติกรรมตามแบบที่พ่อกับแม่ได้พร่ำสอนมาทุกวัน…
ว่าแล้วก็ไปหาlink ข่าวมาให้แล้วคะ ลองอ่านดู
รู้สึกขัดหูขัดตากับประโยคนี้จริงๆ
“โซนเด็กก็จะมีเกมที่สร้างสรรค์ เป็นต้น ส่วนสถานที่ตั้งร้านเกม ควรเปิดกว้าง โดยสามารถเข้าไปตั้งในสถานศึกษาหรือวัดได้ เพราะมองว่า ร้านเกมเป็นเหมือนแหล่งเรียนรู้ ไม่ควรที่จะมีการปิดกั้น ซึ่งถ้าอยู่ในวัด จะทำให้เด็กได้เข้าวัดหลังจากเล่นเกม และถ้าอยู่ในโรงเรียนจะป้องกันเด็กหนีเรียนออกไปเล่นเกมไกลหูไกลตาผู้ใหญ่อีกด้วย”
เห้นภาพแล้วบรรยากาศโอจิงๆคะ สงบน่าไปจัง แต่มันไกลบ้านไปหน่อย คริคริ อนุโมทนาบุญกะทุกท่านด้วยคะ ไว้มีโอกาสคงได้ไปบวชแถวอีสานบ้างคะ
เอาขอมูลวัดร่ำเปิงมาฝากเผื่อมีคนสนใจคะ http://www.watrampoeng.com/
@HayaKa บรรยากาศที่วัดร่ำเปิงสวยจริงๆคะ (ดูจากเว็บนะคะของจริงไม่รู้อิอิ)
ท่าทางอากาศจะดี เย็นสบายน่าสนใจจริงๆ เห็นแล้วรู้สึกสงบ
บังเอิญที่ search ภาพคนเดินจงกรม แล้วมาเจอที่นี่ และได้อ่านคำบรรยายพร้อมภาพประกอบ เป็นประโยชน์มากครับ
และก็ให้บังเอิญอีกครั้งที่มารู้ว่าเป็นสถานที่ผมได้ไปเยี่ยมชมและถือโอกาสนั่งวิปัสสนาใต้ต้นไม้ในสวนที่แสนร่วมรื่น แต่เพียงช่วงสั้นๆ ไม่ได้ค้างคืน เพราะเป็นทริป เที่ยวสงกรานต์พอดี ….ช่วงเดียวกับที่คุณซือเจ้กำลังเข้าคอร์ทน่ะครับ
ใครที่มีโอกาสไปขอนแก่น แนะนำว่าควรจัดเวลาแวะไปปฏิบัติธรรมที่นี่สักครั้ง
(ส่วนตัวผมเอง บุญยังไม่ถึงครับ)
ก็ขออนุโมทนาด้วยคน ด้วยความชื่นชมครับ โดยเฉพาะนั่งชั่วโมงครึ่ง…ทำได้ไง นับถือๆ
@Tok สวัสดีคะคุณ Tok น่าเสียดายจริงๆคะ อุตส่าห์ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมแล้วน่าจะถือโอกาสนี้อยู่ต่อสักคืนสองคืนนะคะ จริงๆช่วงนั้นคนเยอะเหมือนกันคะเพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว และมี 2 โครงการของเด็กกับผู้ใหญ่ แถมมีสำหรับผู้ปฏฺิบัติธรรมทั่วไปด้วย สำหรับคนฝึกใหม่กำลังเริ่มต้น ก็แนะนำแบบโครงการนี้แหล่ะคะ จะได้มีคนบังคับให้ทำ เพราะถ้าทำเอง ส่วนใหญ่จะสมาธิสั้น เลือกตามใจตัวเองซะเยอะ ถ้าสนใจจริงๆช่วงสงกรานต์ปีหน้าไปด้วยกันซิคะ เขาเรียกว่าไปฆ่าตัวตาย(ตัวกิเลสนะคะ) เพราะมันทรมานมากๆแต่ถ้ารอดมาได้เขาถือว่า ได้เกิดใหม่แล้ว ลองดูนะคะ
สวัสดี ทุกๆคนครับ ผมพึ่งเคยเข้ามาเวปนี้ครั้งแรก เรียนอยู่ ม.ขอนแก่นมา 5 ปีแล้ว ยังไม่เคยไปปฏิบัติธรรมที่เวฬุวันเลยครับ แต่ผมไม่มีรถยนต์ ไม่รู้ว่าจะไปอย่างไร ถ้ามีวาสนา หวังว่าวันหนึ่งจะได้ไปปฏิบัติธรรมร่วมกับทุกๆคนนะครับ สวัสดีครับ
@กานต์ สวัสดีคะน้องกานต์ ยินดีต้อนรับนะคะ จริงๆถ้าอยู่แค่ ม.ขอนแก่น ไปมาไม่ลำบากนะคะ คนที่อยู่ต่างประเทศ อยู่ภาคใต้งี้เขายังมาได้เลย เราอยู่ใกล้แค่นี้เอง ไม่ถึง 10 กิโลมั้งคะ ยังไงลองหาเวลามาให้ได้ก่อนจบการศึกษานะคะจะดีมาก รับรองจะได้อะไรเยอะมากๆ หลักธรรมเหล่านี้ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
ซือเจ๊ขอแนะนำให้น้องกานต์ไปปฏิบัติธรรมช่วงเดือนเมษายนนะคะ เพราะว่าที่ มหาลัยขอนแก่นเขาจัดไปทุกปีนะ (ไม่เชื่อลองตามเข้าไปดูในเว็บของเวฬุวันดูนะคะ) ช่วงเดือนเมษาซือเจ๊ก็มีแผนจะไปเหมือนกันคะซือเจ๊แนะนำให้เข้าโครงการนะ มันเริ่ม 4-11 เมษายนนี้ ตอนนี้ก็เริ่มเปิดรับสมัครแล้ว ยังไงลองติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์นะคะ แนะนำๆอยู่ใกล้แค่นี้ควรไปให้ได้สักครั้งนะ… (ถ้าน้องกานต์เข้าร่วมช่วง 4-11 เมษายนนี้เจอกันแน่นอนคะ ฮ่าๆ)
ปล.ลองเข้าไปดูใน blog ซือเจ๊ก็ได้ที่ห้อง การปฏิบัติธรรม นะคะในนั้นจะมี blog หนึ่งเขียนบรรยายเรื่องการเดินทางไว้อยู่คะ