มีโอกาสได้เขียนเรื่องนี้สักทีหลังจากที่คิดไว้มานานแล้วว่าอยากจะเขียนเล่าเรื่องราวพลิกชีวิตราวกับมีปาฏิหาริย์ ประกอบกับวันนี้ได้ดูข่าวเรื่องการกระตุ้นให้เด็กรักการอ่านตั้งแต่เด็กๆโดยความพยายามของกุมารแพทย์ของสหรัฐอเมริกา พยายาล และผู้ปกครองของเด็ก เนื่องจากผลการวิจัยพบว่าการอ่านจะทำให้เด็กมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตได้มากกว่าเด็กที่ไม่อ่านหนังสือ อันนี้ซือเจ๊คนหนึ่งแหล่ะสนับสนุนแนวคิดนี้ เพราะเจอมากับตัวเองเช่นกันย้อนมาดูที่ไทยเราบ้าง เด็กและเยาวชนของไทยมีผลการวิจัยออกมาว่าอ่านหนังสือน้อยมากวันๆหนึ่งอ่านไม่เกิน 4 บรรดทัดฟังแล้วก็น่าคิดว่าเกิดอะไรขึ้น
หรือพวกเขาไม่ว่างเพราะมัวแต่ไปปาหิน,ล่าแต้ม,เสพยา,ส่งโพยพนันบอล,เล่นเกมส์,เดินห้างและอีกไม่นานคงมีข่าวเล่นหวยออนไลน์ด้วยไม่งั้นอาจตกเทรนได้
เมื่อตอนเด็กๆสมัยเรียนประถม ซือเจ๊เป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ และไม่รู้จักคำว่าอ่านหนังสือเลยด้วยซ้ำ แล้วก็ไม่เคยอ่านหนังสือเลย แต่ก็ไม่เคยสอบตกตอนซือเจ๊เรียนป 1 ซือเจ๊เรียนที่ต่างจังหวัดเพราะไปอยู่กับยายและพี่ๆที่นั่นเลิกเรียนมาก็เล่นซนตามประสาเด็กๆพอสิ้นแสงอาทิตย์และทำกิจวัตรประจำวันเสร็จเด็กๆทุกคนซึ่งเป็นรุ่นราวคราวเดียวกันและพี่ๆที่เป็นญาติกัน ก็จะมารวมตัวกันทำการบ้าน พี่ก็สอนการบ้านน้องๆไปตามประสาเป็นบรรยากาศที่สนุกสนานมากเพราะจะมีการวัดความฉลาดของน้องๆแต่ละคน ว่าใครเก่งอะไร ไม่เก่งอะไร โดยพี่ๆเขาจะเป็นคนคิดเกมส์ให้เล่น และตั้งโจทย์ง่ายๆให้คิดแข่งกันว่าใครจะตอบถูกบ้างถ้าตอบไม่ถูกก็จะมีการสอนและแลกเปลี่ยนวิธีคิดให้แก่กันและกันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แล้วก็มีหลายๆวิชาด้วยเช่น เลขคณิตคิดเร็ว , ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ เป็นต้น
สมัยเรียนป 1 ซือเจ๊จะสอบได้ลำดับที่ประมาณ 2 หรือ 3 ไม่เกินนี้แต่ไม่เคยขึ้นเป็นที่หนึ่งเลย เพราะเพื่อนจะเก่งกว่าและใส่ใจกว่า ขยันกว่าเยอะ ซือเจ๊ชอบทำงานไม่ชอบเรียนใส่ใจน้อยกว่าเลยได้มาแค่นี้แหล่ะ หลังจากนั้นไม่นานก็เรียนจบป. 1 จึงย้ายมาอยู่กับพ่อแม่เหมือนเดิมและถูกส่งเข้าโรงเรียนประจำอำเภอ จัดว่าในเมืองกว่าที่เคยเรียนมาว่างั้นเหอะการเข้ามาเรียนที่นี่ก็ใช้เวลาปรับตัวอยู่นานเรียนได้ไม่นานก็สอบ ผลสอบออกมาปรากฏว่าซือเจ๊ได้ที่ 1 ของห้องอันเป็นเหตุให้เพื่อนคนที่เคยเป็นที่ 1 มาตลอดถึงกับเครียด เพราะปกติเขาจะได้ที่ 1 และน้องของเขาซึ่งเป็นแฝดกันจะได้ที่ 2 และมีที่ 3 เป็นเพื่อนอีกคนและเป็นขาประจำว่าต้องได้ลำดับตามนี้ในทุกๆเทอมไม่มีใครโค่นเขาได้เลย ตัวซือเจ๊เองก็งงกับตัวเองว่าทำไมได้เยอะจัง (แสดงว่าโรงเรียนบ้านนอกก็มีดีเหมือนกัน) อาจเป็นเพราะความรู้เก่าๆและการฝึกฝนของพี่ๆตอนสมัยอยู่กับยาย ทำให้ผลการเรียนดีได้ขนาดนี้ แต่การเรียนที่นี่ไม่มีบรรยากาศเหมือนสมัยอยู่กับยายอีกแล้ว เพราะทุกวันหลังเลิกเรียนจะไม่มีใครคอยมาชวนทำการบ้าน สอนการบ้าน ฝึกฝนและทบทวนความรู้แบบนั้นอีกเลยส่งผลให้การเรียนซือเจ๊ตกลงมาและกลายเป็นที่ 2 หรือ 3 สลับกันไปในอีกหลายๆเทอมถัดมาได้อย่างไม่ยากอะไรเลยเพราะซือเจ๊ไม่เคยอ่านหนังสือก่อนและหลังไปเรียน แม้กระทั้งจะสอบก็ตาม แต่ก็ไม่เคยหลุดไปจากตำแหน่งมากไปกว่าที่ 3 จนกระทั้งตอนปลายๆป 5 ถึง ป 6 เนื่องจากซือเจ๊ได้รับคัดเลือกให้เป็นนักกีฬาวอลเล่ย์บอลของโรงเรียนหลังเลิกเรียนก็ต้องฝึกพอฝึกเก่งแล้ว ก็ต้องไปท้าแข่งกับโรงเรียนอื่นๆในเขตอำเภอเพื่อพัฒนาฝือมือก่อนฤดูแข่งขันจะมาถึง ส่งผลให้ไม่ค่อยได้ทำการบ้านและอ่านหนังสือและแย่สุดคือไม่ได้เข้าเรียนบ่อยๆ ผลการเรียนก็ตกลงมาอยู่ที่ 4 และ 5 เรื่อยไปแต่ซือเจ๊ก็ไม่ได้แอะใจหรือเป็นกังวลกับผลการเรียนที่ตกต่ำลงเพราะไม่ค่อยซีเรียสเรื่องเกรดเท่าไหร่จนกระทั่งเทอมรองสุดท้าย ก่อนจบป. 6 เนื่องจากช่วงนั้นตารางแข่งขันเยอะมากๆ 2 อาทิตย์ก่อนสอบถึงได้มีโอกาสเข้าเรียนเต็มๆก็ตั้งใจเรียนไปตามปกติ แต่พอถึงวันสอบถึงรู้ว่า ทำไมหัวมันว่างๆไม่มีข้อมูลอะไรเอามาตอบข้อสอบได้เลยหว่า (เหตุแห่งการไม่ได้เข้าเรียนเลยไม่มีข้อมูลใดๆหลงเหลืออยู่ใน memory เลย) ก็ทำข้อสอบโดยอาศัยความรู้เก่าๆประยุกต์กับสิ่งที่เคยเรียนเรื่อยมา แต่หารู้ไม่ว่ามันเป็นเทอมรองสุดท้ายที่เด็กๆทุกคนต้องตั้งใจเรียนเพื่อเตรียมตัวขอทุนเรียน ม.1 แหละเตรียมตัวสอบเข้าเรียนต่อ ม.1 ต่อไปคนอื่นเขาก้ออ่านหนังสือกันเอาเป็นเอาตาย แต่ซือเจ๊ไม่ซีเรียสเรื่องที่เรียนใหม่เท่าไหร่และก็ไม่ได้ยึดติดกับสถาบันมากเพราะคิดว่าเรียนที่ไหนก็ได้เหมือนกัน (พึ่งมารู้ตอนโตว่าสถาบันก็มีผลเหมือนกัน) มิน่าหละผู้ปกครองเขาถึง ตื่นเต้นและกระตือรือร้นให้เด็กได้เข้าโรงเรียนดีๆกันจัง พอถึงวันประกาศผลสอบนรกมากมาย ซือเจ๊สอบได้ที่ 11 จากนักเรียนทั้งห้องก็ราวๆ 16 คนเห็นจะได้ ทั้งเพื่อนๆและอาจารย์ตกใจกันใหญ่ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับซือเจ๊ทำไมผลสอบออกมาแย่ขนาดนั้น ซือเจ๊เองก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะตอนทำข้อสอบก็รู้ตัวแล้วว่าหัวว่างมากๆแล้วมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งซึ่งคนนี้ปกติมันจะสอบได้ที่ท้ายๆของห้อง และที่ประจำของเขาคือลำดับที่ 11 นี่แหล่ะ แต่ครั้งนี้ซือเจ๊ดันมาแย่งตำแหน่งของมัน ส่วนมันขยับขึ้นไปเป็นตำแหน่งที่ 10 มันสะใจและดีใจมากที่ได้เยอะกว่าซือเจ๊ และพยายามหาเวลามาพูดข่มอยู่บ่อยๆ โอ้โฮ้..!ได้เยอะกว่าแค่ครั้งเดียวมันดีใจขนาดนั้นเลยหรือนี่ ได้เยอะกว่าเราไม่ว่าแต่การมาเหยียบย่ำซ้ำเติมเรานี่สิซือเจ๊รับไม่ได้ (บังอาจมาก!) ตั้งแต่นั้นมาซือเจ๊ก็เริ่มสำรวจตัวเองว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมถึง เรียนแย่ลงได้ขนาดนั้นแล้วก็พยายามค้นหาวิธีที่จะทำให้ได้คะแนนดีกว่านี้ได้บ้างเพราะรู้สึกเสียความมั่นใจมากหลังจากโดนคนที่เรียนแย่กว่า มันมากระแนะกระแหน่ได้เนียะเจ็บใจจริงๆแบบนี้มันหยามกันชัดๆ เมื่อก่อนนี้ซือเจ๊จะเป็นคนจำพวกฆ่าได้หยามไม่ได้ (แต่เด๋วนี้หยามเลยแต่อย่าฆ่าฮ่าๆ)
ซือเจ๊ขอจบตอนแรกไว้แต่เพียงเท่านี้ โปรดติดตามตอนที่ 2 มาดูซิว่าซือเจ๊จะแก้ปัญหานี้ได้ไหมและแก้ไขมันได้อย่างไร และการอ่านมันพลิกชีวิตซือเจ๊อย่างไร น่าสนใจแล้วใช่ไหม?
อ่านตอนต่อไปคลิกที่นี่ปาฏิหาริย์จากการอ่านหนังสือ!(#2)
Imagination comes with reading.
@lek เก่งๆแต่กว่าจะค้นพบแทบแย่เหมือนกันคะ
อ่านเพลินเลย ขอไปอ่านต่อตอนสองล่ะนะ
@PatSonic|Com อิอิสุดยอดแสดงว่าคุณ PatSonic|Com ต้องเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมากไม่งั้นคงไม่อ่านเร็วขนาดนี้ แต่ก็ขอบคุณคะที่อ่านและคอมเม้นหวังว่าคงได้อะไรจากการอ่านนะคะ ประสบการณ์ตรงเลยแหล่ะอยากเล่ามานานแล้วแต่ไม่มีคนฟัง ฮ่าๆกรรมของคนโสด..!
ปล.ปกติเค้าจะไปอ่านและเม้นตอนสองกันเลยหล่ะขี้โกงไม่ยอมอ่านตอนที่หนึ่งกัน ฮ๋าๆ…
ดูยังไงว่า อ่านเร็วๆ จริงๆ เป็นคนอ่านช้าจะตาย อ่านการ์ตูนนี่นะ กว่าจะจบเล่ม ชาวบ้านเขาอ่านจบสองเล่มไปแล้วอะ คิดดู
แต่ทายถูกว่าเป็นคนชอบอ่านหนังสือ แต่เป็นคนไม่อยากซื้อหนังสือ เพราะอ่านไม่ค่อยจบ 555 มันไม่คุ้มเอาเสียเลยที่ซื้อมาอะ
เจ๊สะกดผิดบ่อยนะ อิอิ
@PatSonic|Com ฮ่าๆต่างกันกับซือเจ๊ เพราะซือเจ๊ไม่ชอบอ่านหนังสือแต่ชอบซื้อหนังสือมาก และอ่านหนังสือช้ามากๆ ทำข้อสอบทีไรไม่เคยทันโดยเฉพาะข้อสอบฝนเนียะวัยรุ่นเซร้ง เรื่องการ์ตูนเจ๊ไม่เคยอ่านและไม่เคยคิดจะซื้อเจ๊ไม่อ่านหนังสือแนวนี้คะ แฮ่ๆเสียเวลา…
ปล.ส่วนเรื่องสะกดผิด ต้องขออภัย พอดีซือเจ๊เขียนเรื่องนี้สองตอนในหนึ่งวัน ตอนแรกตั้งใจว่าจะบีบให้จบในหนึ่ง entry แต่ว่ามันบีบยังไงก็ยังเยอะอยู่ดีเลยตัดสินใจแยกเป็นสองตอนคะ ทำให้เสียเวลาไปเยอะมาก เลยไม่มีเวลาตรวจทานอีกที คิดว่าคงไม่ใช่การสะกิดผิดแต่น่าจะเป็นการพิมพ์ผิดมากกว่าเพราะเจ๊พิมพ์สัมผัสคะ พิมพ์เร็วแต่คีย์บอร์ดมันไม่ติดไม่ได้ดั่งใจเท่าไหร่.. (รำไม่ดีโทษปี๋โทษกลองครับพี่น้องฮ่าๆ)
หนังสือการ์ตูนเนี่ยเป็นตัวอย่างครับ เพราะจริงๆ ผมมักจะอ่านหนังสืออย่างอื่นมากกว่าการ์ตูน จะบอกว่า ขนาดการ์ตูนยังช้า หนังสือที่มีแต่ตัวหนังสือไม่ต้องพูดถึง เหอๆ
ไปดูตีสิบล่ะเจ๊
@PatSonic|Com ฮ๋าๆคะ ดูอะไรมันจะจบแล้วนะนั่น
ฮาดีอะ “หลวงพี่เท่ง 2″ ว่าจะไปดู
@PatSonic|Com ดูแล้วแวะมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ ดูตัวอย่างแล้วน่าสนุกเหมือนกันชอบโจอี้บอย..
ได้เลยครับ แล้วจะมาเขียนเล่าให้อ่านแน่นอน (หลังจากได้ดู)
เอ เหมือนจะมีเราคุยกันอยู่ 2 คน นี่มันบล็อกหรือว่าแชทกันเนี่ย
@PatSonic|Com อิอิ น่านนะสิ.. แต่ว่าตอนนี้คงต้องขอตัวไปสวดมนต์ปฏิบัติธรรมก่อนนะคะ ช่วงนี้เข้าพรรษามัวตามตอบ comment เลยเวลาไปเยอะแระขอตัวก่อน.. แล้วเจอกันพรุ่งนี้คะ