รู้ถึงไหนอายเค้าถึงนั่น..เค้าจะคิดว่าเจ๊ปัญญานิ่มหรือเปล่าเนียะ..แต่ก็นะ..คนเราไม่เจอรักแท้ไม่รู้หรอกว่าทุกข์แค่ไหนทำไมวันนี้เจอแต่เรื่องเศร้าๆก็ไม่รู้เฮ้อ..ทั้งเหนื่อยทั้งเศร้างานเข้าทั้งอาทิตย์..เมื่อเช้านี้ถ้าใครได้อ่านข่าว ก็คงได้รู้ว่า มีหมาตัวหนึ่งที่เจ้าของมันจมน้ำตายในบ่อดินกลางทุ่ง แล้วมันก็เฝ้าเห่าเพื่อบอกคนอื่นๆให้รู้ตลอดทั้งคืน มันนั่งเฝ้านอนเฝ้าจนรุ่งสางไม่ยอมไปไหน กระทั้งมีคนเอะใจสงสัยจึงลงไปงมศพ เจ้าของมันขึ้นมาจากบ่อน้ำ จากนั้นมันก็นั่งเฝ้าศพไม่ยอมห่างเลย เจ๊เห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมรู้สึกประทับใจในตัวหมาเป็นอย่างมาก เพราะซือเจ๊ก็เคยได้รับความประทับใจกับเจ้าโตโต้ หมาของเจ๊เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่มันแก่ตายไปแล้วเฮ้อว่าแล้วก็คิดถึงมันอยากกอดมันจัง..ซือเจ๊จะทนไม่ค่อยได้ ถ้าเห็นใครรังแกสัตว์ เห็นมันถูกทารุณ เห็นมันเศร้า ไม่ว่าจะสัตว์ประเภทไหน แต่ที่ทำให้น้ำตาร่วงได้ง่ายที่สุดมี 4 อย่าง หมา,ช้าง,วัว,ควาย ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม
อย่างวันนี้ก็ว่าจะไม่ร้องแล้วเชียว..ดันไปดูหนังเรื่องหนึ่งทางทีวีชื่อเรื่องว่า air bud ซูปเปอร์หมากึ๋นเทวดา มันเป็นหมาที่หนีมาจากเจ้าของเดิมที่ทำคณะตลกละครสัตว์ มาเจอกับหนูน้อยคนหนึ่งแล้วเค้าเก็บมาเลี้ยงและตั้งชื่อให้ว่า Buddy ทำให้เกิดความผูกพันกัน เด็กคนนี้ชอบเล่นบาสฝันอยากเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล ตอนหลังมาค้นพบว่าหมาตัวนี้เล่นบาสเก่งมากๆ แล้วมีครั้งหนึ่งได้ลงแข่งขันด้วยความบังเอิญ แถมทำให้ทีมชนะอีก และในที่สุดหมาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีม จากนั้นไม่นานเจ้าของหมาก็มารับหมากลับคืน แล้วเด็กคนนี้ก็ไปช่วยเหลือเอาไว้แล้วก็เอาไปปล่อยที่อื่น เพราะถ้าพาหมากลับบ้านด้วย หมาคงถูกเจ้าของตามมาจับไปอีกแน่ๆ ตอนนี้แหล่ะทำเจ๊น้ำตาหยดแหมะๆ.. :’( สงสารหมาก็สงสาร ง่วงนอนก็ง่วงแต่ก็ทนนั่งดูจนจบ สุดท้ายก็ยิ้มออกเพราะหมาได้ไปอยู่กับเด็กคนนั้นเย้ๆ…
ปล..อย่าบอกใครนะว่าเจ๊ร้องไห้เพราะหมา..แต่ว่ามันเศร้าจริงๆนะเจ๊อินอะ… เฮ้อตาบวมเลยทำไงดีหว่า
ประวัติเอกสารสำหรับ ตุลาคม, 2008
เสียน้ำตากับเรื่องหมาๆ!!
Posted in My Life on ตุลาคม 19, 2008 | 10 Comments »
สุดเศร้า..เป็นได้แค่แขกรับเชิญ!
Posted in My Life on ตุลาคม 12, 2008 | 8 Comments »
เฮ้อช่วงนี้ซือเจ๊โหมงานหนัก พักผ่อนน้อย เป็นเหตุให้ไม่สบายอีกแล้วหลังจากที่กำลังเริ่มดีขึ้นช่วงนี้เลยเป็นช่วงที่ “มีความต้องการทางแพทย์สูง” พออาการหนึ่งเริ่มดีขึ้น อาการใหม่ก็จ่อคิวรอแสดงผลงานทันที (ขี้อิจฉาเจงๆ) มันน่าแปลกใจมากรู้สึกว่าปีนี้เป็นปีที่สุขภาพเจ๊แย่มากๆ แทบไม่น่าเชื่อว่าอดีตคนเคยแข็งแรงอย่างเจ๊นี่ มาปีนี้บอบบางชะมัดญาติเลยชักจะรับตัวเองไม่ได้ (หน้าไม่ให้ใจรักจริงๆ)
เมื่อวานนี้ที่บางมดซ้อมรับปริญญากัน ไอ้เราก็มัวแต่ทำงานเพลินชนิดลืมวันลืมคืน ตอนเย็นวันศุกร์น้องๆก็ทักมาเชิญไปร่วมถ่ายรูปเพื่อแสดงความยินดีด้วย เจ๊ถึงนึกขึ้นได้ว่าอ้าว พรุ่งนี้แล้วหรือ โอเคเจ๊ขอดูงานก่อนนะถ้าว่างไปแน่ๆ จากนั้นก็ได้รับข่าวที่พอรู้แล้วถึงกับวัยรุ่นเซร้งกันไปเลยทั้งทีมเพราะ หัวหน้านัดประชุมด่วนมีมติปิดงานให้ได้ภายในสิ้นเดือนนี้ หลังจากที่เข้าไปทำงานวันเสาร์อาทิตย์มาบ่อยๆ ล่าสุดเมื่อปลายเดือนที่แล้วแต่ตอนนี้ ทุกคนในทีมต้องเข้าไปทำงานที่ site ลูกค้ารวมทั้งวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ด้วย (ลูกค้าทำงาน7วันได้เราก็ต้องทำได้..อืมมแล้วไง?) ผลัดเปลี่ยนกัน โอว์มายก๊อด..(งานเข้าแล้วไหมหล่ะ..) งานการกุศลอีกแล้วใช่ไหมเนียะ เฮ้อ..ทุกคนรับทราบ กลับบ้านด้วยความเซร้งและหมดแรง อาทิตย์นี้ซือเจ๊รู้สึกเหนื่อยมากๆเนื่องจากไม่ค่อยสบายทำงานแบบไม่รู้เวลาชนิดลืมวันลืมคืน แต่โชคดีหน่อยที่เสาร์อาทิตย์นี้ ไม่ใช่เวรเจ๊ที่ต้องเข้าทำงาน แต่ตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไปก็คิวเจ๊แล้วหล่ะ …
ตอนเช้าวันเสาร์ตื่นมาด้วยอาการมึนๆงงๆ ประกอบกับวัดใจว่าจะไปร่วมงานถ่ายรูปกับน้องๆดีไหม ทำไมรู้สึกเหนื่อยอย่างนี้หว่า หน้าตาไม่สดใส แถมสิวขึ้นสองเม็ด กรี๊ดไม่กล้าถ่ายรูปเลยหน้าตาก็บวมๆ (นึกสภาพคนป่วยออกกันใช่ไหม?) เอาวะครั้งหนึ่งในชีวิตของน้องๆ แถมของแบบนี้มันทีใครทีมันด้วยสิ ตอนนี้น้องๆเค้าจบก่อนก็ต้องไปแสดงความยินดีกับเค้า พอถึงคิวเราก็ค่อยว่ากันอีกทีคิดซะว่าไปดูสถานการณ์ไว้ก่อน จึงตัดสินใจไปร่วมงานกะเค้า ไปถึงโอว์…สุดยอดมาก คลื่นมนุษย์ คนเยอะมากรถติดอีกต่างหาก แต่ก็รู้สึกประทับใจที่ได้ไปร่วมงานครั้งนี้ เห็นแล้วเป็นปลื้มจริงๆถึงแม้ว่าการรับปริญญาครั้งนี้จะยังไม่ใช่ทีของเรา จึงเป็นได้แค่แขกรับเชิญ เพื่อไปร่วมงานแต่ก็รู้สึกดีมากๆ อย่างน้อยก็ได้แรงกระตุ้นความขี้เกียจส่วนบุคคลหล่ะนะ
ไปถึงตากล้องเพียบเลย เจ๊นี่หลบกล้องท่าเดียวเลยไม่ค่อยอยากจะถ่ายรูป รู้สึกหน้าบวมประกอบกับสิวขึ้น [...]
น่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้..
Posted in เรื่องน่าคิด on ตุลาคม 5, 2008 | 8 Comments »
เมื่อวานนี้ตั้งท่าจะเข้านอนแต่หัวค่ำ..ไปๆมาๆเที่ยงคืนยังไม่ได้นอนเลยเนื่องจากว่า บังเอิญเปิดไปเจอหนังเรื่อง ข้างหลังภาพ เวอร์ชั่นที่ นพพร (ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ) และ กีรติ (คารา พลสิทธิ์) แสดงทางไทยทีวี เลยนั่งดูจนจบ รู้สึกว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่สองสำหรับการดูหนังเรื่องนี้ปกติจะไม่ค่อยดูหนังสองรอบเท่าไหร่ ครั้งแรกที่ดูก็ประทับใจเนื้อเรื่องและสงสารคุณหญิงกีรติมากถ้าใครเจอแบบนี้คงเศร้าน่าดูเลย มีพร้อมทุกอย่างแต่ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตพร้อมสรรพอย่างที่คิด
ตอนแรกดูเรื่องนี้รู้สึกไม่เข้าใจการกระทำของนพพรเท่าไหร่ ตกลงเค้ารักกีรติหรือเปล่า ปากก็บอกว่ารักแต่พอพ่อหาสาวให้ก็ตกลงแต่งด้วยทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้รักไม่ได้ชอบ พร้อมให้เหตุผลว่า “กระผมคิดว่าเราคงรักกันได้หลังจากแต่งงานกันแล้ว” อืมมอันนี้น่าคิด…ซือเจ๊ได้ยินการตอบครั้งแรกก็สงสัยเหมือนที่คุณหญิงกีรติสงสัยคือ การที่คนเราจะแต่งงานกับใคร จะใช้ชีวิตร่วมกันกับใครสักคนทั้งชีวิตมันไม่ต้องมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องก็สามารถแต่งกันได้หรือนี่
แต่พอมาวิเคราะห์ดูตอนโตแล้วก็เข้าใจอะไรมากขึ้นว่าบางครั้งในโลกของความเป็นจริง การใช้ชีวิตคู่ของคนที่ถูกคลุมถุงชนหรือยอมแต่งงานเพราะผู้ใหญ่หาให้ บางคู่ก็ไปกันได้สวยอยู่กันจนแก่เท่า แถมลูกดกอีกต่างหาก แต่บางคู่ก็ไปกันไม่รอด แต่ส่วนใหญ่กรณีแบบนี้จะอยู่กันยืดนะ รู้สึกว่าเค้าอดทนกว่าคู่รักธรรมดา เค้าให้เกียรติกันมากกว่าคู่รักธรรมดา และเค้าสามารถอยู่ด้วยกันได้นานกว่าคนที่มีความรักเป็นหลักเสียอีก การหย่ามีน้อยมาก ผิดกับคู่ที่แต่งกันเพราะเอาความรักนำหน้าก็มี คนที่รักกันแต่งงานกันไปแล้วบางคนบอกว่า เข้ากันไม่ได้ความคิดเห็นไม่ตรงกัน เพราะอะไร เพราะต่างเอาความรักนำไง มันจึงเกิดการเรียกร้อง และคาดหวังต่อกันอย่างมาก เมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังจึงเกิดเหตุการแยกกันอยู่ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน เอาเหตุผลของตัวเองเป็นใหญ่ แต่ลองไปสังเกตคนที่แต่งกันโดยไม่ได้เรียนรู้กันมาก่อนสิ เค้าสามารถปรับตัวเข้ากับอีกคนได้เป็นอย่างดี แม้บางเรื่องจะไม่ชอบใจแต่ก็อดทน และพยายามจะเข้าใจและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน มากกว่าคู่รักแบบอื่นๆสุดท้ายแล้ว เค้าก็รักกันได้ยั่งยืนและมีความสุขดีก็มีหลายคู่เท่าที่ดูมา ซึ่งเป็นอะไรที่น่าแปลกมาก แต่ถ้าเจ๊เลือกได้ก็ขอเลือกที่ทั้งคู่ต่างก็รักกันและเข้าใจกันมากกว่า ไม่ค่อยชอบวิธีคลุมถุงชนเท่าไหร่ มันดูจำใจยอมและดูหาเองไม่ได้ยังไงไม่รู้ ท่าทางจะทำใจลำบากน่าดูเลย
มาต่อเรื่องหนังดีกว่าการดูรอบสองเข้าใจความรู้สึกของนพพรมากขึ้นว่าผู้ชายเค้าคิดเห็นอย่างไร เนื่องจากคุณบอยถกลเกียรติ [...]
เพราะหัวใจเรียกร้อง..สุดท้ายก็ต้องยอม!!
Posted in My Life on ตุลาคม 1, 2008 | 8 Comments »
หลังจากที่หงุดหงิดกับทีวีที่อพาร์ทเมนต์มาเกือบเดือนแล้ว ดูทีวีไม่ได้เลยแมงวี่แมงวันบินกันให้ควั๊ก..เสียงดังระงมไปทั่วหลายๆคนก็บ่นกันอุ๊บ!.เพราะเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งว่าเสาอากาศเสียบางคนไปซื้อหนวดกุ้งมาใหม่เผื่อจะชัดขึ้นบางห้องหนักหน่อยล่อทีวีใหม่เพราะเข้าใจว่าทีวีตัวเองเสียซะงั้น จากนั้นไม่นานเขาก็ติดประกาศแจ้งว่าเสาอากาศเสียกำลังดำเนินการซ่อม (พอดีคนใช้คอมเป็นไม่อยู่เลยไม่มีใครพิมพ์ป้ายให้)
เมื่อสองวันก่อนเค้าซ่อมเสร็จแล้วจึงติดประกาศแจ้งว่าซ่อมแซมเรียบร้อยพร้อมแจ้งให้ทำการ Tune คลื่นใหม่ด้วย เจ๊อ่านก็อึ้ง..ซวยแล้วอีตอนซื้อทีวีเครื่องนี้พี่สาวเป็นคนซื้อให้แล้วเค้าก็นั่ง Set ให้เสร็จสรรพพร้อมกับกำชับว่า เก็บคู่มือไว้ให้ดีนะห้ามทิ้งเผื่อมีเหตุต้อง Set เองเจ๊ก็รับคำพร้อมกับเก็บคู่มือการใช้งานไว้เป็นอย่างดี (จนทุกวันนี้แม้แต่ตัวเองยังหาไม่เจอเลยเห่อๆเก็บดีจัด)คราวนี้จะทำไงดีหล่ะหาคู่มือไม่เจอ ก็ลองมั่วๆ Set เองดูก็มีเมนูอยู่แค่นี้นี่นาแล้วตัวไหนมัน Set หาคลื่นหว่าวันแรกผ่านไปละครกำลังเล่นใกล้จบแล้ว เลิก Set ทนดูไปก่อนเดี๋ยวมันเป็นอะไรไปอดดูแน่ๆ จากนั้นก็ฝากข้อความทิ้งไว้ให้เพื่อนว่าถ้าว่างแล้วแวะมา Set ทีวีให้เจ๊ม้างนะ..(เพื่อนหายไปไหนไม่รู้ไม่ยอมมาซักที)..วันที่สองกลับมา Set ก็เข้าที่เดิมลองดูอีกทีกดมั่วไปเรื่อย เหมือนจะได้สักพักอ้าวเป็นอีกแล้วเริ่มเซร้งทำไงดีหว่าคู่มือก็หาไม่เจอ เพื่อนก็ไม่อยู่ โทรศัพท์ก็เสียจะโทรถามพี่ซะหน่อยว่า Set ยังไง (มันคงด่าเพราะทำคู่มือมันหายแฮ่ะๆ)
ใจก็เริ่มคิดแย่แล้ว เจ๊แย่แน่ๆพรุ่งนี้ความลับของซุปเปอร์สตาร์ตอนอวสาน ตายๆทำไงจะได้ดูทีวีเนียะ เมื่อคืนลองดูผ่าน Net แล้วไม่เวิร์ค จนกระทั่งมาถึงวันนี้เจ๊ไปจ่ายค่าห้องพักก็เลยเนียนแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า ทีวียัง Set ไม่ได้เลยคู่มือหาย Set ไม่เป็นเค้าก็เลยบอกว่าเดี๋ยวให้พี่เค้าไปดูให้ (คุณพี่สุดหล่อประจำอพาร์ทเม้นต์) เอาแล้ววุ้ยผู้ชายหน้าตาดีเข้าห้องเสร็จเจ๊แหล่ะคราวนี้ อิอิ จากนั้นพี่เค้าก็ขึ้นมา Set ทีวีให้ได้ดูสมใจแถมได้ช่องใหม่ๆที่ไม่เคย Set เจอเลยมาเพิ่มอีกตั้ง 2 ช่องแหน่ะ รู้อย่างนี้ให้มา Set [...]