เมื่อวานนี้ซือเจ๊ได้มีโอกาสดูรายการเจาะใจ ซึ่งคุณเหมียว วรัตดา ภัทโรดม มาเป็นแขกรับเชิญในรายการอีกครั้ง หลังจากเคยสร้างความฮือฮามาแล้วเมื่อปีก่อน คราวนี้มาเพื่อพูดคุยในเรื่อง “สมการความรัก” โดยได้ถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่ล้มเหลวอันเป็นประสบการณ์ตรงของตนเอง พร้อมทั้งเล่าถึงความทุกข์แสนสาหัสที่เกิดขึ้นและวิธีการจัดการกับความทุกข์นั้นได้อย่างสนุกสนานและน่าฟังทีเดียว
ซือเจ๊ไม่แน่ใจว่า คนที่ไม่เคยผ่านการปฏิบัติธรรมมาดูแล้วจะเข้าใจอารมณ์และอาการที่เขาพูดถึงหรือเปล่า แต่สำหรับคนที่เคยผ่านการปฏิบัติธรรมมา หรือเรียกง่ายๆว่าอยู่ในวงการเดียวกัน จะค่อนข้างเข้าใจดีว่าความรู้สึกเหล่านี้ มันเป็นอย่างไร ติดตรึงอยู่กับเราไปได้นานแค่ไหน นึกถึงเมื่อไหร่ก็เป็นสุขใจ เช่นคำพูดที่ว่า”จิตยิ้ม”มันเป็นความรู้สึกปลื้มปิติ ที่เป็นความสุขที่เกิดขึ้นจริงในเบื้องลึกของจิตใจเลย อันนี่แหล่ะที่เขาเรียกว่าความสุขที่แท้จริงในใจ เมื่อใดที่อารมณ์แบบนี้เกิดขึ้นถ้าจะขอพูดให้สะใจสามารถพูดได้เลยว่า “โคตรโล่ง” และถ้าใครไปปฏิบัติธรรมแล้วมีโอกาสเข้าถึงสภาวะอารมณ์นี้ได้ แม้เพียงเสี้ยววินาทีก็ถือว่ามีค่าที่สุดแล้วที่ได้พบเจอสภาวะอารมณ์แบบนี้ แต่ก็อย่างว่านะมันเกิดได้ไม่นานแล้วมันก็จากไปอยู่ดีเราจึงมีสิทธิ์ทำได้เพียงแค่ ตามรู้ ตามดูสภาวะนี้ที่เราพึงใจได้เพียงเท่านั้น ไม่สามารถไปบังคับให้มันอยู่กับเราได้นานๆ หรือขอให้มันเกิดขึ้นได้บ่อยๆ และโปรดสังเกตคำว่า พึงใจ อันนี้แหล่ะอันตรายอย่าไปปรุงแต่งหรือยินดียินร้ายกับมันมากให้วางตัวเป็นอุเบกขา ตามดู ตามรู้ให้ได้ก็พอ ตอนนี้ซือเจ๊คงไม่ขอพูดว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” เพราะมันคงไม่เหมาะที่จะใช้คำนี้ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้ใครเชื่อ และก็ไม่ได้โฆษณาชวนเชื่อแต่อย่างใด แต่บอกได้คำเดียวว่า”ต้องไปปฏิบัติเพื่อให้รู้ได้ด้วยตัวเอง”สักครั้งถ้าอยากให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณค่าและใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่ากับเวลาที่เหลืออยู่ซึ่งก็บอกไม่ได้ว่าแต่ละคนเหลือเวลาอีกเท่าไหร่จริงไหม?
ความทุกข์เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่ารวยหรือจน เงินทองก็ไม่สามารถดับทุกข์ที่เกิดในใจได้ ดังนั้นไม่ว่าใครเกิดมาก็มีทุกข์กันทั้งนั้น ใครที่ชอบบ่นว่าตัวเองเป็นทุกข์ มีแต่ทุกข์ ทำอะไรก็ทุกข์ ทำไมคนอื่นเขามีความสุขกัน ทำไมเราไม่มีบ้าง สารพัดคำถามที่ต่อว่าฟ้าดิน และโทษคนอื่น แต่ไม่เคยย้อนถามตัวเอง ย้อนดูตัวเอง เลยสักครั้งจึงไม่มีโอกาสได้รู้สักทีว่า แท้ที่จริงแล้ว ไอ้คนที่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์อยู่นั้นก็หาใช่คนอื่นไม่ แท้ที่จริงแล้ว ก็คือตัวเองนั่นแหล่ะ ซือเจ๊ขอสนับสนุนคำพูดของคุณเหมียวเช่นกันว่า “ไม่มีใครหน้าไหนในโลกนี้ที่จะสามารถทำให้เราเป็นทุกข์ได้นอกจากตัวเราเองนี่แหล่ะ” คนเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นเพียงแค่พาหะ นำพาความทุกข์มาสู่เรา เรามีหน้าที่จัดการกับความทุกข์ที่มีเข้ามาแค่นั้นเอง แล้วจัดการยังไงหล่ะ? ตามดูให้รู้ว่านี่คือทุกข์ แล้วอะไรทำให้เกิดทุกข์ ทุกข์มันเกิดจากอะไร แล้วจะทำยังไงให้หายทุกข์ คำตอบมันจะมาทันที ถ้ามีสมาธิ มีสติ ปัญญาก็จะเกิด คนพวกนี้มักจะคิดเป็นขั้นเป็นตอน จัดระเบียบความคิดได้ดี วิกฤติแค่ไหนก็รอด ของแบบนี้ต้องฝึกต้องทำให้เป็นกิจวัติ หลายๆคนถึงบอกให้ไปปฏิบัติธรรม คราวนี้หล่ะมรสุมชีวิตลูกใหญ่แค่ไหนก็ ชิวๆ บอกได้เลยว่าไม่ต้องไปกลัว เชื่อได้เลยว่า “รับได้ทุกอย่าง “ขอให้มันมาเหอะ..
อย่างกรณีคุณเหมียวเค้าจะใช้คำว่า จิตมันละเอียดมันจับได้เป็นฉากๆ มันตามรู้ได้ถึงต้นกำเนิด และ ณ ขณะที่มันก่อตัว จนกระทั้งออกมาเป็นทุขเวทนา นั่นแหล่ะ ชัดที่สุดแล้ว แต่บอกไว้ก่อนว่าของแบบนี้ไม่ได้เป็นกันทุกคนนะ ไม่ใช่ว่าใครเข้าปฏิบัติธรรมแล้ว จะเป็นแบบนี้หมด มันอยู่ที่ปฏิบัติจริงแค่ไหน ไปทำเล่นๆก็ไม่ได้อะไร สักแต่ว่าได้ไป ถ้าทำจริงๆจังๆก็ได้ของจริงกลับมาแน่นอน ใครที่เสียเวลาไปปฏิบัติธรรมแล้ว ก็ขอให้ตั้งใจปฏิบัติให้เต็มที่ที่สุด เพราะโอกาสดีๆแบบนี้หายาก ยิ่งคนทำงานด้วยแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลางานเพื่อไปปฏิบัติธรรมได้บ่อยๆ
คุณเหมียวเขาสรุป สมการความรัก สำหรับคู่รักหรือสามีภรรยาออกมาได้ 5 ข้อพร้อมยกเหตุผลประกอบ ซึ่งถ้าลองพิจารณากันดีๆแล้ว เออมันก็มีส่วนจริงนะเนียะ
ข้อที่ 1 : ศีลต้องเสมอกัน >> เอาแค่ศีล 5 ข้อนี้ก็พอนะ ถ้ามีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดขาดศีลข้อ 3 กาเมสุมิจฉาจารา เวรมณี (งดเว้นการละเมิดกาม) ไปนี่ชวิตคู่ของคนทั้งสองก็คงอยู่ลำบากแล้วหล่ะ ในกรณีที่ขาดศีลข้อที่ 4 มุสาวาทา เวรมณี (งดเว้นการพูดเท็จ)ถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพร้อมที่จะโกหกได้ทุกเรื่อง ก็คงไม่แคล้วต้องอยู่กันอย่างระแวงสงสัยกันไปตลอดแล้วชีวิตจะมีความสุขได้อย่างไร และถ้าเป็นศีลข้อที่ 5 สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี (งดเว้นการเสพสุราเมรัย) ถ้าคนหนึ่งกินแต่อีกคนไม่กิน มันจะทนกันได้กี่น้ำไม่ช้าไม่นานคงต้องมีสักคนที่อึดอัดและลำบากใจ
ข้อที่ 2 : ขันติต้องเสมอกัน >> ต้องมีความอดทนเสมอกัน ถ้ามีฝ่ายใดมากกว่า ฝ่ายที่ให้มากกว่าจะทนได้นานแค่ไหน ไม่นานก็คงอึดอัดและคิดว่าทำไมต้องยอมอะไรมากมายขนาดนี้ อาจทำให้รู้สึกอึดอัดและอยู่กันลำบาก
ข้อที่ 3 : จาคะเสมอกัน >> ความเสียสละเสมอกัน
ข้อที่ 4 : สัจจะเสมอกัน >> ต้องรักษาคำพูด พูดในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่พูด
ข้อที่ 5 : ความอดกลั้น >> อดทน อดกลั้นต่อสิ่งยั่วยวนทั้งหลาย อย่าเผลอตัวเผลอใจกับอะไรง่ายๆ โดยเฉพาะ กิ๊ก!
และสำหรับคนที่พลาดชมรายการสดๆ สามารถดูรายการย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์ของรายการเจาะใจคลิกที่นี่ มันดีตรงที่ไม่มีโฆษณา ทำให้ดูได้แบบไม่ขาดตอน แต่โหลดนานหน่อยแถมยอดผู้เข้าชมพุ่งกระฉุดเลย แต่ซือเจ๊ว่ามันดีนะ แนะนำให้ดูเลย เล่าได้มันมาก เรื่องแบบนี้ซือเจ๊สนับสนุน ใครอยากได้ยาดีก็ ธรรมะนี่แหล่ะคือยาวิเศษณ์ที่ดีที่สุดในโลกแล้ว
โอ้ว ว้าว ทุกข์สำหรับเก่ง โชคดีที่เก่งเป็นคนที่ไม่ชอบทำจิตให้มันทุกข์มาก หรือทุกข์นาน เลยจะคิดให้มันเป็นสุขโดยการ หาสิ่งอื่นชดเชยทุกข์ให้เป็นสุขแทน 555 อย่างเีขยนบล๊อกนี่ก็สุขอย่างนึง อิอิ
สำหรับสมการความรัก แสดงให้เห็นแล้วว่า เก่งคงต้องปรับปรุงตัวเองมากกว่านี้ เพื่ออนาคตของวันนั้น 555 อิอิ
@เก่ง ฮ๋าๆเหมือนจะแก้ไม่ถูกจุด แต่ก็ดีกว่าไม่แก้เน้อ… ส่วนเรื่องความรัก เจ๊ว่าอยู่กับปัจจุบันดีที่สุดคะ อย่าไปกังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึงเลยคะไม่มีประโยชน์ที่จะคิดถึงมัน..ทุกข์ใจเปล่าๆ..
รักปัจจุบันที่สุดเลยย 555
ละเก่งจะหาทางดับทุกข์นะครับ 555
เก่งอ่ะติดกังวลนั่นคิดนี่มากไปหน่อย อิอิ
สำนักเดียวกัลล์ อุอุ
: )
@เก่ง อิอิอย่าคิดมากคะ
@ขุนอรรถ อิอิขุนอรรถเคยเจอ คุณเหมียวที่โน่นซักครั้งไหมคะเด๋วนี้ดังใหญ่เลย แฮ่ะๆ..
ยากจังนะครับจะหาคนที่เสมอกันครบทั้ง 5 ข้อได้แต่ก็เห็นด้วยกับสมการความรัก ถ้าหาได้ครบคิดว่าความรักคงจะยืนยาว
อ่านเรื่องที่เจ๊เขียนแล้วนึกถึงพี่ผมคนหนึ่งเลย เค้าแนะนำว่าอยากหาแฟนดีๆต้องไม่ไปหาตามผับ บาร์ ให้ไปหาจากสถานที่ปฏิบัติธรรม งั้นเดี่ยวตอนนี้ผมต้องไปเริ่มหัดทำศีล ให้ได้เยอะๆก่อนเผื่อว่าจะมีใครมามองหาคนที่ศีลเสมอกันอยู่จะได้มาแมทกะเราได้
ได้ดูอยู่เหมือนกันวันนั้นไม่พลาด
ฟังแล้วเชื่อเลย ว่าสุขหรือทุกข์อยู่ที่ตัวเรา คนอื่นหรือสิ่งอื่นๆมันแค่พาหะขึ้นอยู่กับว่าเราจะรับหรือปล่อยมัน
คุณเหมียวเค้ายกตัวอย่างว่า ตอนเราเป็นคนอื่น หรือแฟนของเพื่อนไปมีกิ๊กเราเป็นทุกข์หรือป่าว(ไม่ทุกข์) แต่ถ้าแฟนเราไปมีกิ๊กเมื่อไหร่เท่านั้นแหละทุกข์เกิดเลย คุณเหมียวบอกว่า นั่นเป็นเพราะเราไปคิดว่าเค้าเป็นของเรา ก็เลยเป็นทุกข์ ทุกข์เพราะยึดติด ทุกข์เพราะไปคิดว่า ตัวเรา ของเรา
ได้ฟังก็ถึงบางอ้อ อ๋อคิดอย่างนี้นี่เองที่บอกว่าทุกข์หรือสุขอยู่ที่ตัวเรา
ตอนฟังก็โอ แต่จะทำได้หรือเปล่า ท่าจะทำยากนะ
@pkgis2007 น้อง PK ซือเจ๊ก็เห็นด้วยคะว่า การหาคนที่ศีลครบเสมอกันยากจริงๆ คือคนที่เขาถือไม่ครบก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนเลว เขาอาจจะมีข้อดี ข้อเสียบ้างซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ความธรรมดานี่แหล่ะที่มันไม่ธรรมดา และสร้างความทุกข์ สร้างปัญหาให้เกิดกับมนุษย์ได้อยู่ร่ำไปคะ
ส่วนเรื่องที่บอกว่าถ้าจะหาคนดีๆให้ไปหาที่สถานปฏิบัติธรรม อันนี้ซือเจ๊เห็นด้วยมากๆ จากที่ซือเจ๊ไปสัมผัสมานะ กลุ่มคนพวกนี้เค้าจะมีจิตใจงดงาม มีเมตตา มีความอดทนสูง เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์โดยเฉพาะ ลูกและสามี แยกดีแยกชั่วออก รู้ว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ รู้ว่าต้องวางตัวกับลูก กับสามียังไงจึงจะเหมาะสม ถ้าสมาชิกในบ้านไหนปฏิบัติธรรมนะ บ้านนั้นจะร่มเย็น พูดจาภาษาดอกไม้ เวลาไปอยู่ในวัด ขนาดซือเจ๊เป็นผู้หญิงเวลามองผู้หญิงที่มาปฏิบัติธรรมด้วยกัน ยังรู้สึกเย็นตาเย็นใจไปด้วยเลย และเวลาเห็นผู้ชายมาปฏิบัติธรรมนะยิ่งรู้สึกว่า โห่ผู้ชายคนนี้ดูมีคุณค่ามากๆ อยู่ในศีลในธรรม แสดงว่าต้องเป็นคนจิตใจดีงามแน่ๆ แต่เป็นการมองแบบชื่นชมที่เขาปฏบัติดีปฏิบัติชอบนะคะ ไม่ได้มองแบบกรี๊ดกร๊าดเหมือนวัยรุ่นกรี๊ดหนุ่มๆ
@donal03 อิอิซือเจ๊ก็เห็นด้วยกับการยกตัวอย่างนี้และรู้สึกว่าเค้ายกตัวอย่างได้เห็นภาพมากๆเลยจริงๆนะ
แต่ซือเจ๊ขอเตือน donal03 ไว้อย่างหนึ่งนะว่า ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่ไปปฏิบัติธรรม มักจะปลงตกถึงเรื่องของความทุกข์อันเกิดจากบ่วง หลายๆคนไม่อยากมีครอบครัวเลยก็มี เพราะอยากมุ่งสร้างความดีสะสมความดี มากกว่า แต่ไม่รู้ว่า donal03 จะเกิดอาการอย่างนี้หรือเปล่านะหลังจากออกจากวัดมา ต้องรอดูผลหลังเมษายนนี้ คริๆ
Good post krub.
By the way, why “ต้องรอดูผลหลังเมษายน”?
@lek สาวๆเค้าจะไปปฏิบัติธรรมกันเดือนเมษายนนี้คะ (ช่วงก่อนสงกรานต์ 4-11 เมษายนนี้ รวมแล้ว 8 วันกำลังดี) ไปกันหลายคนเลยคะครั้งนี้ นำทีมความฮาโดยซือเจ๊เองคร๊าบบบบบบบบ
น่าสนใจ อยากไป ปฏิบัติธรรม ด้วยคนครับ
@pkgis2007 อิอิ ปะ ปะ ปะ ไปด้วยกันอิอิ..พร้อมแล้วติดต่อหลังไมค์นะคะ..