Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารสำหรับ มีนาคม, 2009

ขอยืมคำพูดของคุณวิทวัส จากรายการตีสิบมาใช้สักหน่อย กับคำพูดที่ว่า”ความลับของสวรรค์ที่มนุษย์ควรรู้” ซือเจ๊เป็นคนหนึ่งที่สนใจเรื่องนี้และเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม ว่ามันมีอยู่จริงในโลกใบนี้
เคยเกิดขึ้นจริง ส่งผลได้จริง สัมผัสได้จริง(โดยเฉพาะคนที่เคยได้รับผลแห่งการกระทำนั้นแล้ว)แต่เป็นสิ่งที่ยากแก่การพิสูจน์ถึงที่มาที่ไปอยู่เหมือนกัน หรือที่พระพุทธเจ้าบอกว่ามันเป็น “อจินตัย”
อจินตัย คือ สิ่งที่ไม่ควรคิดเนื่องจากสิ่งนั้นเรื่องนั้นพ้นวิสัยปัญญาของมวลมนุษย์ที่จะคิดได้
สิ่งที่จัดเป็น อจินตัย มี 4 ประการดังนี้
(1.) พุทธวิสัย  หมายถึง พุทธอำนาจ พุทธานุภาพ
(2.) ฌานวิสัย  หมายถึง อำนาจฌาน ฌานานุภาพ
(3.) กรรมวิบาก หมายถึง อำนาจของกรรมที่เป็นกุศลและอกุศล กรรมานุภาพ
(4.) โลกจินตะ หมายถึง การคิดเรื่องในโลกของพวกนักคิด
 อ่านรายละเอียดเรื่องอจินตัยเพิ่มเติมได้ที่นี่
เมื่อสองอาทิตย์ก่อนซือเจ๊ได้มีโอกาสดูโฆษณารายการตีสิบว่าจะมีแขกรับเชิญที่สามารถแสกนกรรมได้มาออกรายการ แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่ ฟังผ่านๆหู พอช่วงเย็นซือเจ๊ได้แวะไปที่ร้าน B2S
เพื่อหาซื้อสมุดโน๊ตสำหรับทำงานสักหน่อย ปรากฏว่าไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่ตั้งโชว์อยู่ ดูแล้วน่าสนใจนั่นคือหนังสือชื่อ “แสกนกรรม” แล้วก็มีข้อความที่เขียนว่า ผู้หญิงตาทิพย์ มองทะลุกรรม ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนโดยคุณ กฤษณา สุยะมงคล หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “อาจารย์เอ๋” ซือเจ๊เห็นข้อความที่เขียนตรงหน้าปกก็ แปลกใจว่า อะไรจะปาฏิหาริย์ขนาดนั้นเนียะ..จึงลองเปิดอ่านเนื้อหาด้านในคร่าวๆ และดูเหมือนจะพูดถึงหลวงพ่อจรัญไว้ในหนังสือเล่มนี้ด้วยเท่านั้นแหล่ะ ซือเจ๊สนใจขึ้นมาทันที และก็ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านอย่างไม่ลังเล เพราะเป็นศิษย์สำนักเดียวกันเชื่อถือได้แน่นอน คิดว่าอ่านก่อนแล้วค่อยตามไปดูรายการ จะได้มีข้อมูลไว้วิเคราะห์ในสิ่งที่เขาพูดบ้าง.
หลังจากได้หนังสือเล่มนี้มาก็มานั่งอ่าน และเนื่องจากเป็นเรื่องที่สนใจ จึงอ่านจบภายในวันเดียว [...]

Read Full Post »

รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยถึงปานกลางเหตุเพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึง2อาทิตย์ก็จะได้เวลาเข้าสู่ร่มกาสาวพัตรอีกรอบแล้วครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่3สำหรับการเข้าวัดปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวันขอนแก่น จะว่าไปมาลองไล่ดูดีกว่าว่าชีวิตนี้สะสมอริยะทรัพย์ไปได้แล้วกี่แต้ม (ช่วงนี้ซือเจ๊กลายเป็นเด็กล่าแต้มไปแล้ว -_-”)
ครั้งที่ 1 : เป็นเพียงการไปสังเกตการณ์แบบผู้ปฏิบัติธรรมทั่วไปเข้าร่วมเพียงแค่ 4 วัน(ติดสอยห้อยตามชาวบ้านเขาไป ลองของว่างั้น แต่กลับประทับใจมิรู้ลืม.)
ครั้งที่ 2 : เข้าร่วมโครงการ “แสงธรรมนำชีวิต”  8 วัน (การไปครั้งนี้ตั้งใจมาก เนื่องจากห่างหายมาหลายปี พอสอบเสร็จรีบเดินทางไปร่วมโครงการทันที )
ครั้งที่ 3 : ที่กำลังจะมาถึงนี้ชื่อโครงการว่า”ใต้ร่มพุทธธรรม” อีก 8 วัน 7 คืนคือวันที่ 4-11 เมษายน 2552 ที่จะถึงนี้  (วางแผนล่วงหน้าไว้เป็นปี ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยก่อนเดินทาง 1 เดือนเต็มๆกันพลาด อิอิ)
ปฏิบัติเองที่ห้อง : โครงการ “บทพิสูจน์ความเป็นอริยะ” อันนี้ตั้งใจปฏิบัติเองที่ห้อง ช่วงเข้าพรรษาระยะเวลา 89 วัน (กว่าจะครบก็ล่วงเลยวันออกพรรษามาหลายเพลาอยู่ ฮ่าๆ แต่ก็ครบน๊า..  )
สรุปยอดรวมการสะสมอริยะทรัพย์รวมครั้งที่จะถึงนี้ด้วย รวมๆแล้วก็เป็นจำนวน 109 แต้มแล้ว แอบภูมิใจเล็กน้อยถึงปานกลางถึงแม้ว่ามันจะไม่มากมายก็ตามที [...]

Read Full Post »

เก็บตกจากการกลับบ้านเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว อย่างที่เคยเขียนเล่าไปแล้วว่า เวลากลับบ้านทีไรอาหารจานโปรดที่ซือเจ๊ต้องกินคือ “กระดูกหมูทอดกระเทียมพริกไทย” ฝือมือแม่ที่ทอดแบบกรอบนอกนุ่มใน รสชาดกลมกล่อมกำลังดี 
ขณะที่นั่งกินข้าวกันอยู่ หนึ่งในสมาชิกบนโต๊ะอาหาร คือเจ้า “แทคเตอร์” หลานชายสุดป่วนของซือเจ๊เอง ซึ่งกำลังอยู่ในวัยกำลังซน วัยสอดรู้สอดเห็น เอ้ยไม่ใช่ๆ วัยอยากรู้อยากเห็น และชั่งซักเป็นพิเศษ ทำเอาทุกคนถึงกับเซ็งกับการช่างชักของมันอยู่บ่อยๆ  เพราะไม่รู้จะตอบมันยังไงดี เนื่องจากสงสัยไม่หยุด ถามซะจนคนตอบหมดปัญญาจะตอบมันเลยหล่ะ
ที่บ้านซือเจ๊จะเลี้ยงหมาไว้หลายตัวมาก มีทั้งหมาไทยและหมาเทศ (ตัวเหม็นสุดๆ) หมาเทศนี่ขี้โรคมาก ต้องเตรียมอาหารสำหรับเขาโดยเฉพาะ ส่วนหมาไทยกินได้ทุกอย่าง (ทั้งแบบอนุญาตให้กินและไม่อนุญาตแต่มันไปหามากินเอง เลี้ยงง่ายเน้อ.) แถมทนทายาดสุดๆ ตายยากสุดๆ แก่จนไม่มีฟันจะแทะกระดูกแล้วก็มีแฮ่ะๆ หลังจากกินข้าวไปสักพัก พ่อก็กินอิ่มและขอตัวไปทำงานต่อ เดินไปได้ไม่นานก็เดินกลับมา 
ต่อไปนี้คือบทสนทนาระหว่างคุณหลานกับคุณตา :
คุณตา : อย่าเอากระดูกให้จิมมี่ (หมาเทศตัวโปรดของพ่อ) กินนะมันกินไม่ได้เดี๋ยวเป็นโรคลำไส้ตายเหมือนเจ้าบรู๊ค (หมาเทศจอมเจ้าเหล่ห์แสนซนของพ่อ) นอกนั้นให้กินได้หมดเลย..
แทคเตอร์ : คุณตาเจ้า บรู๊ค มันไปไหน?
คุณตา : เจ้าบรู๊คมันตายแล้ว
แทคเตอร์ : มันตายไปไหน?
คุณตา : ตายแล้วก็ไปเป็นผีไง  (พ่อพูดไปเดินไปเตรียมเผ่นหนีเจ้าแทคเตอร์เพราะคิดว่ามันต้องถามอีกแน่ๆ)
แทคเตอร์ : มันเป็นผีอะไร คุณตามันมันเป็นผีอะไร
คุณตา : โอ๊ย …มันจะซักไปถึงไหนเนียะ พร้อมกับตอบให้เสร็จๆไปว่า [...]

Read Full Post »

ช่วงนี้งานเข้า มาพักผ่อนสมองกันสักหน่อย เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาซือเจ๊ได้มีโอกาสเดินทางไปทำธุระที่ขอนแก่น อุดร และเลยไปที่หนองคายด้วย ตะลอนทัวน์ บนความจำเป็นเพราะขัดไม่ได้ ระหว่างทางก็จะมีการเปิดเพลงฟังบ้าง เปิดวิทยุบ้าง แต่ต้องตกใจเมื่อหลายๆคลื่น ต่างระดมเปิดเพลงหนึ่ง ชื่อเพลง มันต้องถอน ของนักร้องหมอลำ ปอยฝ้าย มาลัยพร แห่งวงเสียงอีสาน ต้องยอมรับว่าเพลงนี้มันดังเป็นพลุแตกจริงๆ ไปที่ไหนก็มีแต่คนเปิดเพลงนี้ แถมซือเจ๊กลับบ้านไปสองวันคือ เสาร์และอาทิตย์ ไม่มีวันไหนที่ไม่ได้ฟังเพลงนี้ ตื่นเช้ามาเป็นต้องได้ยินทันทีถ้าเปิดวิทยุ (เด็กที่บ้านเขาชอบฟังมากเปิดทุกวัน) วันๆหนึ่งมีคนขอเพลงนี้เข้ามากันหลายรอบเลย ตอนแรกๆก็มีแต่คนงงว่า ทำไมเพลงแบบนี้มันดังได้หว่า ฟังแรกๆเหมือนคนบ่นพรึมพรำๆ แต่ดนตรีของเพลงนี้มันจริงๆ
ซือเจ๊ฟังเมื่อไหร่ก็อดขำไม่ได้ ยิ่งเวลาฟังแล้วนึกถึงหน้าปอยฝ้ายไปด้วยยิ่งฮาเลย ประกอบกับนึกถึงเสี่ยวีที แห่งรายการตีสิบ ที่ดันไปถามปอยฝ้ายว่ามันร้องว่ายังไง เนื้อเพลงมันแปลว่าอะไร ฮ่าๆงานนี้ปอยฝ้ายถึงกับอึ้ง เพราะไม่รู้จะแปลให้ฟังยังไงดี ล่าสุด มีคนเอาไปทำเป็น version RED HOT ก็ฮาไปอีกแบบ ว่าแล้วก็ลองไปฟังกันดูนะคะ แต่อย่าถามหล่ะว่ามันแปลว่าอะไรเพราะซือเจ๊ก็ไม่รู้จะแปลให้ฟังยังไงเหมือนกัน เพราะยังไม่เคยเมาค้าง..  

หรือใครอยากจะดู version ต้นฉบับของปอยฝ้ายเองดูได้ที่นี่คะ
[...]

Read Full Post »