รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยถึงปานกลางเหตุเพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึง2อาทิตย์ก็จะได้เวลาเข้าสู่ร่มกาสาวพัตรอีกรอบแล้วครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่3สำหรับการเข้าวัดปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวันขอนแก่น จะว่าไปมาลองไล่ดูดีกว่าว่าชีวิตนี้สะสมอริยะทรัพย์ไปได้แล้วกี่แต้ม (ช่วงนี้ซือเจ๊กลายเป็นเด็กล่าแต้มไปแล้ว -_-”)
ครั้งที่ 1 : เป็นเพียงการไปสังเกตการณ์แบบผู้ปฏิบัติธรรมทั่วไปเข้าร่วมเพียงแค่ 4 วัน(ติดสอยห้อยตามชาวบ้านเขาไป ลองของว่างั้น แต่กลับประทับใจมิรู้ลืม.)
ครั้งที่ 2 : เข้าร่วมโครงการ “แสงธรรมนำชีวิต” 8 วัน (การไปครั้งนี้ตั้งใจมาก เนื่องจากห่างหายมาหลายปี พอสอบเสร็จรีบเดินทางไปร่วมโครงการทันที )
ครั้งที่ 3 : ที่กำลังจะมาถึงนี้ชื่อโครงการว่า”ใต้ร่มพุทธธรรม” อีก 8 วัน 7 คืนคือวันที่ 4-11 เมษายน 2552 ที่จะถึงนี้ (วางแผนล่วงหน้าไว้เป็นปี ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยก่อนเดินทาง 1 เดือนเต็มๆกันพลาด อิอิ)
ปฏิบัติเองที่ห้อง : โครงการ “บทพิสูจน์ความเป็นอริยะ” อันนี้ตั้งใจปฏิบัติเองที่ห้อง ช่วงเข้าพรรษาระยะเวลา 89 วัน (กว่าจะครบก็ล่วงเลยวันออกพรรษามาหลายเพลาอยู่ ฮ่าๆ แต่ก็ครบน๊า..)
สรุปยอดรวมการสะสมอริยะทรัพย์รวมครั้งที่จะถึงนี้ด้วย รวมๆแล้วก็เป็นจำนวน 109 แต้มแล้ว แอบภูมิใจเล็กน้อยถึงปานกลางถึงแม้ว่ามันจะไม่มากมายก็ตามที เนื่องจากคนอื่นเขาปฏิบัติได้ตลอดทั้งปี แต่ซือเจ๊ยังไม่สามารถทำได้ขนาดนั้นเอาเป็นว่า หลังจากรอบที่จะถึงนี้ผ่านไป จะพยายามทำให้ได้ตลอดทั้งปี (นี่คือเป้าหมายนะ เด๋วสิ้นปีมาดูกันอีกทีแอบฝันเล็กๆว่าอยากทำให้ได้อย่างนั้นจัง )
ช่วงนี้แอบลุ้นอยู่ในใจเกรงมีปัญหาแล้วทำให้ไปไม่ได้ และรู้สึกว่าตัวเองเริ่มควบคุมจิตใจตัวเองไม่ค่อยได้เท่าไหร่ อารมณ์เยี่ยงมนุษย์ผู้มีจิตเบื้องต่ำเริ่มจับอีกแล้ว หลังจากห่างหายจากการปฏิบัติธรรมมาพักหนึ่ง เชื่อแล้วว่าทำไมพระอาจารย์ถึงบอกให้ทำทุกวัน ทำให้เป็นนิสัย ทำวันละ 15 นาทีก็ยังดี เข็ดเลยต่อไปจะไม่ยอมห่างหายแบบนี้แล้ว เพราะยิ่งห่างยิ่งเหมือนกับต้องเริ่มต้นจาก 0 ใหม่แถมเวลามีเรื่องมากระทบทีก็ไม่รู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองอีกตะหากแบบนี้แย่ และยิ่งเป็นตัวเร่งให้อยากเข้าไปปฏิบัติธรรมเร็วๆ
การไปปฏิบัติธรรมครั้งนี้ มีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยอีกราวๆ 4 คนอารมณ์ไหนก็ไม่อาจทราบได้ ทำไมอยู่ดีๆถึงอยากไปปฏิบัติธรรมกันหว่า (แอบงงเล็กน้อย!!) สำหรับสมาชิกที่จะร่วมเดินทางไปกับซือเจ๊ครั้งนี้ซือเจ๊ขอแจ้งให้ทำใจไว้ล่วงหน้าก่อนนะว่า การปฏิบัติธรรมนี่มันลำบาก ครั้นจะคิดว่า อยากจะไปพักผ่อน สบายๆในวันหยุดยาวจะได้ตื่นสายๆ นั่นไม่มีนะ ต้องนอนกะพื้นแบบเสื่อผืนหมอนใบ ที่นอนนุ่มๆแบบที่อยู่ห้องนี่ไม่มี ผ้าห่มฟูฟ่องหนาๆ แอร์เย็นสบาย น้ำเย็นๆชื่นใจ กาแฟร้อนตอนเช้า นี่ไม่มีนะ (แต่มีตู้น้ำร้อนให้ ถ้าอยากกินกาแฟโอวันติน ก็นำไปเองได้ หรือจะซื้อที่สหกรณ์ก็ได้ แต่เดินไกลหายอยากกันพอดี ฝึกความอดทนพอดีหล่ะเจ๊จะได้ถือโอกาส ออกกาแฟอีกรอบ ฮ่าๆพักนี้เริ่มติดอีกแล้ว )
กินข้าวก็ต้องรอให้พร้อมทุกคนก่อน ไม่ว่าจะหิวแค่ไหนก็ต้องสวดมนต์ก่อนกิน กินเสร็จก็ต้องล้างจานและนำไปเก็บไว้ให้เรียบร้อย ข้าวมื้อหนักๆนี่กินได้เพียงมื้อเช้า กับสายๆก่อนเที่ยงเท่านั้น หลังเที่ยงไปแล้ว
กินอาหารที่เป็นของขบเคี้ยวไม่ได้ กินได้แต่แบบเป็นน้ำเท่านั้นเรียกว่า น้ำปานะ (บางคนยังอุส่าห์พกลูกอมไปอมอีก มีหน้ามาบอกว่าอมเอาแต่น้ำนี่ ไม่ได้เคี้ยว น่านแถไปเรื่อยอะ) ได้ยินแบบนี้แล้วอย่าคิดกักตุนสะเบียงโดยการกินเยอะๆหล่ะ ไม่งั้นงานนี้มีหลับในห้องกรรมฐานแน่นอน ซือเจ๊แนะนำให้กินแต่พออิ่ม (ตามหลัก กินน้อย นอนน้อย ทำความเพียรมาก ) การนอนจะเข้านอนราวๆ 3 ทุ่มตื่นตี 3 แล้วก็พร้อมเพรียงกันราวๆตี 4 ครึ่ง
ชีวิตจะอยู่อย่างนี้ 7 คืน 8 วัน(ฟังดูน่าเบื่อมากๆ แล้วจะรู้คำตอบว่า ในหนึ่งวันมันเร็วหรือช้า จุดนี้จะทำให้รู้จักบริหารเวลาได้ดีขึ้น) โดยในแต่ละวันจะหมดไปกับการสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เช็น ปฏิบัติธรรม ฟังคำสอน และก็มีเวลาพักผ่อนบ้างเพื่อให้ทำกิจส่วนตัวเช่น ซักผ้า อาบน้ำ นอน พักผ่อนอิริยาบท เป็นต้น (ห้ามไปจับกลุ่มเมาท์กันให้เสียสภาวะอารมณ์หล่ะ ปิดวาจาไว้ดีที่สุด พูดให้น้อยจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน)
ถึงตอนนี้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าลูกทัวน์ของซือเจ๊จะทนความลำบากได้หรือไม่ แต่ยังไงก็ขอให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความทรมานที่สุดไปให้ได้ก็แล้วกันนะ นั่นคือ 3 วันแรกของการปรับอารมณ์เนื่องจากยังมีกิเลสหนาอยู่ (แล้วจะรู้ซึ้งถึงความทรมาน ใครไม่มีความคิดอยากกลับบ้านให้รู้ไป แฮ่ะๆแอบขู่ อิอิ ) แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ว่าวติดลมบน เมื่อนั่นแหล่ะลิ้วเลยคราวนี้ ถ้าพ้น 3 วันไปได้แล้ว ถือว่าเริ่มเอาชนะตัวเองมาได้แล้วระดับหนึ่ง ดังนั้นซือเจ๊ขอให้ลูกทัวน์ทุกคนเดินหน้าต่อไป ตั้งใจ และอดทนให้มากๆ บอกตัวเองว่า โอกาสที่จะได้มาทำแบบนี้ไม่ได้มีง่ายๆ ในเมื่อยอมเสียเวลา ละทิ้งทุกอย่างเพื่อเข้ามาค้นหาอะไรบางอย่างแล้ว ก็ขอให้ค้นและเก็บเกี่ยวมันไปให้ได้มากที่สุดนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นห้ามถอยเด็ดขาด คนอื่นทำได้เราก็ต้องทำได้ คนอื่นทนได้เราก็ต้องทนให้ได้เช่นกัน
8 วันนี้จะว่าน้อยมันก็ไม่น้อยนะ จะว่ามากมันก็ไม่มาก เผลอแป๊บเดียวก็ผ่านพ้นไปแล้วหล่ะ อีกอย่างปีหนึ่งมี 365 วันขอเวลาให้ตัวเอง ขอเวลาเพื่ออยู่กับตัวเอง เพียงแค่ 8 วันเพื่อสร้างความดี เพื่อพิสูจน์ตัวเองฝึกเอาชนะตัวเองบ้างจะได้ไหม แล้วมาดูสิว่า คำว่ามีสมาธิ มีสติ มีปัญญา มันเป็นอย่างไร ลองไปให้รู้ ไปให้เห็นด้วยตนเองนะ มาถึงตอนนี้มีใครอยากจะขอถอนตัวไหม? แจ้งได้นะ..ถ้าป๊อด!
สำหรับรายละเอียดต่างๆรวมทั้งการนัดหมายเวลาเดินทางซือเจ๊จะขอส่งเมลล์แจ้งให้ทราบแล้วกันนะคะ แจ้งตรงนี้เห็นจะยาวไปแล้ว เอาเป็นว่าถ้ายังไม่เปลี่ยนใจ ก็ขออนุโมทนาบุญไว้ล่วงหน้าคะ แล้วพบกันที่เวฬุวัน!!
อนุโมทนา krub.
@lek โอกาสหน้าเชิญนะคะ
ทำไมมาขู่กันแบบนี้ เพื่อนเริ่มป๊อดแล้วนะนี่
หวั่นใจมิใช่น้อย
จากที่เคยกินวันละห้ามื้อ จะต้องลดเหลือ สองมื้อ แต่ยังกินกาแฟได้ใช่ไม๊? (งานนี้บวมกาแฟแน่เลย แบบว่ากินกาแฟแก้หิว555)
แล้วโรคสันหลังยาวเพื่อนก็ยังไม่หายดี เอิ๊กๆ
ยังไง ก็ต้องรอดใช่ไม๊ซือเจ๊
@donal03 ไม่ได้ขู่นี่เรื่องจริงทั้งหมด กาแฟกินได้ แต่มันไม่ได้มีเวลามานั่งจิบกาแฟขนาดนั้นนะ แต่ยังไงก็หาเวลากินเองแล้วกัน ที่สหกรณ์มีบริการ หรือจะซื้อแบบสำเร็จรูป 3 in 1 ไปแล้วไปกดน้ำร้อนแถวๆนั้นองก็ได้ และถ้าจะกินจริงๆก็แนะนำเอาแก้วกับช้อนชงไปเองเลยนะสะดวกสุด
แต่เราไม่แนะนำให้กินนะเหตุผลเพราะ กินกาแฟแล้วจะฉี่บ่อยทำให้ปฏิบัติธรรมได้ไม่ดีเช่นนั่งสมาธิอยู่เกิดปวดฉี่ขึ้นมานี่จบเห่เลยนะ ต้องกำหนดลงมาฉี่แบบนี้อ่ะ ทำให้เสียสมาธิ พอถึงเวลานอนก็นอนลำบากทั้งๆที่มีเวลานอนไม่มากแต่นอนไม่หลับนี่ก็ทรมานสุดๆ ทำให้ร่างกายไม่พร้อมสำหรับการปฏิบัติธรรมอีกเช่นกัน ยังไงก็ลองเลือกดู
ส่วนเรื่องรอดไม่รอดเนียะ จริงๆมันรอดอยู่แล้ว จากประวัติที่วัดตั้งแต่เปิดมายังไม่มีใครปฏิบัติธรรมแล้วตายคาวัดเพราะทนไม่ได้ ดังนั้นเพื่อนคงจะไม่ไปเป็นรายแรกใช่ไหม..
ส่วนเรื่องโรคสันหลังยาว อาจจะทำให้ได้รู้ว่ามันเป็นสาเหตุเพราะอะไรถ้าบุญถึง ถ้าไม่ตั้งใจก็สูญเปล่า อย่าไปให้เสียเวลา (เป็นไงเจ็บแสบไหม ฮ่าๆ )
อูย… แสบ
@donal03 แฮ่ะๆจำคำพูดนี้ได้ไหม”คนที่ทำอะไรฝืนใจตัวเองได้ ได้ดีทุกคน” ลองฝืนดูนะ
อนุโมทนาครับ เจ๊ครับ
ขอให้พบกับสันติในใจ
: )
@ขุนอรรถ ขอบคุณมากค๊า.. ว่าแต่ไหนบอกจะเรียกหมวย? อิอิ