อีกหนึ่งกิจกรรมที่ต้องทำทุกๆปีของซือเจ๊และผองเพื่อน นั่นก็คือการเดินทางไปกราบหลวงพ่อจรัญ ที่อัมวัน จ.สิงห์บุรี ในทุกปีๆหลังจากเข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรมที่ศุนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่นเรียบร้อยแล้ว พอช่วงวันหยุดของเดือนพฤษภาคมของทุกปี ซือเจ๊มักจะเดินทางไปกราบหลวงพ่อเป็นประจำ และตั้งใจจะทำให้ได้อย่างนี้ทุกปีเช่นกัน
สำหรับการเดินทางไปอัมวันครั้งนี้ เราได้รับเกียรติจากพลขับกิตติมศักดิ์ คือ พี่อ้อย manager bank ช่วยขับรถพาไปที่สิงห์บุรี การเดินทางก็สะดวกสบายและรวดเร็ว เนื่องจากมีการวางแผนการเดินทางที่ดี รวมทั้งสมาชิกทุกคน ก็ตรงต่อเวลา เราเดินทางจากรุงเทพที่เวลา 6 โมงครึ่ง ไปถึงอัมพวันก็ราวๆ 7 โมงกว่าๆ ยังไม่ถึง 8 โมงพอไปถึงก็ แวะไปกินข้าวเช้าที่โรงทาน กินเสร็จก็บริจาคเงินช่วยโรงทาน เพราะเราไม่มีนโยบายกินฟรี อิอิ จากนั้นก็ไปนั่งรอหลวงพ่อที่กุฏิ ต้องรีบไปนั่งรอตั้งแต่เนิ่นๆเพราะไม่งั้นจะไม่มีที่นั่ง เนื่องจากญาติโยมมากันเยอะมาก ล้นศาลาตลอด หลวงพ่อจะลงมาพบญาติโยมเป็นประจำทุกวันโดยในแต่ละวันจะลงมา 2 รอบคือ 10.00 โมงเช้า และ 14.00 น.
ปีนี้คณะของซือเจ๊เดินทางไปกันทั้งหมด 5 คนจริงๆแล้วจะมีคนร่วมเดินทางเยอะกว่านี้แต่เนื่องจากที่นั่งมีจำกัดเลยได้ไปกันแค่นี้แหล่ะ แอ่ะๆ
น่าเสียดายแทนคนที่ไม่ได้ไปเจงๆ ไว้มีรถแล้วเจ๊จะพาไปใหม่นะ อิอิ สิ่งที่พวกเราเตรียมไปถวายหลวงพ่อก็มี ผ้าไตร 1 ผืน พวงมาลัยดอกมะลิ แล้วก็จตุปัจจัยต่างๆ จากนั้นก็นั่งรอเวลาให้หลวงพ่อลงมาอย่างใจจดใจจ่อ คนที่ไม่เคยไปจะตื่นเต้นมากๆ พอหลวงพ่อลงมาทุกคนต่างตื่นเต้นยังกะเห็น เรน ยังไงอย่างนั้นนี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นพระ และอยู่ที่วัดนะ งานนี้มีกรี๊ดดด… ด้วยความดีใจที่ได้เจอหลวงพ่อตัวเป็นๆ
ปีนี้หลวงพ่อดูสุขภาพแข็งแรงกว่าปีที่แล้วมากๆ เห็นแล้วชื่นใจจริงๆ พอหลวงพ่อนั่งลง ระหว่างที่ทุกคนก้มกราบและกล่าวคำถวายสังฆทาน อยู่นั้นหล่วงพ่อก็กวาดสายตามองมาที่ บรรดาญาติโยมที่มารอพบหลวงพ่ออยุ่ด้านล่าง คราวนี้ไม่ใช่แค่มอง หลวงพ่อส่งยิ้มให้ด้วย รอยยิ้มของหลวงพ่อเป็นรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความมีเมตตามากๆ การไปครั้งนี้ทีมซือเจ๊สวมเสื้อของ ศูนย์เวฬุวันไปด้วย พอหลวงพ่อเห็น หลวงพ่อจำได้เลยส่งยิ้มมาให้ด้วย ทำให้ทีมซือเจ๊รู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก คิดไม่ผิดจริงๆที่สวมเสื้อตัวนี้ไป อิอิ เหตุที่เลือกสวมเสื้อตัวนี้ไปก็เนื่องจากว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะเริ่มโครงการ ทางศุนย์ก็ได้ใส่เสื้อตัวนี้ไปกราบหลวงพ่อเหมือนทุกปีที่เคยทำ ก่อนที่จะดำเนินการเรื่องโครงการในเดือนเมษายน เลยทำให้หลวงพ่อจำได้ พอได้ฟังเท่านั้นและ ทีมเจ๊ก็เลยซื้อเสื้อทีมเพื่อใส่ไปกราบหลวงพ่อเช่นกัน และแล้วก็ได้ผล

ภาพหลวงพ่อ และ สวนปริศนาธรรม ที่วัดอัมวัน จ.สิงห์บุรี

เสื้อทีม ที่สลักชื่อโครงการ “ใต้ร่มพุทธธรรม” และอีกตัวสลักชื่อ “สวนเวฬุวัน” ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าใครชอบแบบไหน

หลังจากกราบหลวงพ่อเสร็จก็เดินทางกลับราวๆ 11.45 น. ด้วยความหิวจึงแวะรับประทานอาหารที่ร้านประจำคือ “ร้านผัดไทยปากบาง” มาทีไรก็กินร้านนี้ประจำ ผัดไทยร้านนี้เป็นแบบโบราณ ไม่ใส่น้ำมัน ไม่ใส่เต้าหู้ มีแต่เส้นกับไข่แต่ทำไมมันอร่อยก็ไม่รู้ อิอิหรือเจ๊หิวหว่า… ส่วนก๊วยเตี๋ยวนี่ก็ได้เยอะมากแถมรสชาดดีอีกตะหาก แต่สิ่งที่ซือเจ๊ชอบมากที่สุดและแนะนำเลยก็คือ โอเลี้ยง เจ้านี้อร่อยมากๆรสชาดเข้มข้น หอม และที่สำคัญไม่หวานมาก จริงๆมันได้เยอะนะ แต่พอดีเจ๊กระหายน้ำเลยจิบไปก่อนถ่ายรูปพร่องไปเยอะเลย อิอิ อร่อยๆแนะนำคะ

ขอบคุณ พี่อ้อย และคุณแม่ ที่กรุณาขับรถพาพวกเราไปกราบหลวงพ่อนะคะ โอกาสหน้าจะมารบกวนอีกทีคะ….แล้วเจอกันปีหน้า…
ผัดไทน่ากินมาก
@pkgis2007 อร่อยจริงๆคะแนะนำๆ กินโดยไม่ต้องปรุงก็อร่อย แต่ว่าเจ๊ต้องเพิ่มพริกด้วย เพราะไม่ชอบกินจืดๆ เวลาเค้าผัดเค้าจะไม่ผัดทีละจานนะคะ เค้าจะผัดทีละเยอะๆ แล้วก็ตักแบ่งทั้งแบบใส่กล่อง และแบบกินที่ร้าน แต่รสชาดได้เหมือนเดิมตลอดไม่รู้ทำไง รสกลมกล่อมดี แถมเส้นนุ่มมากๆ ว่าแล้วก็หิว!!
SaToo. very good.
@lek
ถ้ามีโอกาสก็เชิญนะคะ
รู้กิตติศัพท์ของหลวงพ่อจรัญมานานแล้วครับ ก็อยากไปเที่ยวภาคกลางเหมือนกัน โดยเฉพาะจังหวัดสิงห์บุรี น่าจะเป็น 1 ใน 10 จังหวัดที่กระผมไม่เคยไปสัมผัสเลย …ต้องหาโอกาส เพราะผมชอบท่องเที่ยวชอบเดินทาง ชอบถ่ายภาพ แต่แหม เห็นภาพอาหารครบชุดบนโต๊ะของซือเจ๊แล้ว..ท้องไส้มันกระวนกระวายชอบกล โดยเฉพาะโอเลี้ยงของโปรด ร้อนๆ แบบนี้ถ้าได้สักแก้วเนอะ
หากมีโอกาสก็มาชิมหมี่พิมายบ้านผมด้วยนะคร้าบ..
@anontanan ซือเจ๊พึ่งมารู้จักหลวงพ่อจรัญ ก็ตอนเริ่มเข้าสู่วงการปฏิบัติธรรมเมื่อตอนสมัยปลายๆปี 4 นี่แหล่คะทุกวันนี้ยังอดเสียดายไม่ได้ น่าจะรู้จักและเข้าถึงเรื่องพวกนี้เสียตั้งนาน ไม่รู้ว่าไปทำอะไรอยู่แฮ่ะๆ..
ส่วนเรื่องโอเลี้ยงนี่ เจ๊ก็ชอบกินเหมือนกันคะแต่ว่ามีไม่กี่ที่ที่ชงได้ถูกใจ ส่วนใหญ่แล้วจะชงแบบไม่เข้มข้นเน้นสีแล้วก็ชงหวานเกิน ทำให้ขาดรสชาดความขมของกาแฟไป
ปล.เจ๊พึ่งมารู้ตอนโตนี่แหล่ะว่า โอเลี้ยงมันคือกาแฟใส่น้ำตาล ฮ่าๆ..เมื่อตอนเด็กๆแอบสงสัยอยู่ตั้งนานว่ามันทำยังไง
ขออภัยในความเขลา!!
ไปสิงห์บุรี เมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่ได้ไปแวะนมัสการท่าน เสียดายจริงๆ คราวหน้าต้องไปใหม่
อย่าลืมมา เที่ยวภูเก็ต กันเยอะๆน่ะครับ คนภูเก็ตยินดีต้อนรับ
@yutphuket อยากไปเหมือนกันคะ คิดว่าถ้าจะไปเที่ยวที่นั้นคงต้องหาข้อมูลจาก blog คุณ yuth นี่แหล่ะคะ ว่าแต่ที่ภูเก็ตช่วงไหนน่าเที่ยวสุดคะ
จะได้เตรียมตัว อิอิ
กระผมเองก็พึ่งรู้เมื่อปีกลายเหมือนกันว่า โอเลี้ยงคือกาแฟ (อีกประเภทหนึ่ง)เหมือนกัน ไม่รู้วิธีการทำหรอกครับ แต่เห็นสีดำๆ เขาน่าจะคั่วเมล็อกาแฟจนไหม้แล้วก็บด แล้วก็มากรอง แล้วก็มาชง …แล้วเราก็ดื่มอร่อยชื่นใจ …อยากไปเที่ยวภูเก็ตมั่กๆ นั่นก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ไม่เคยไปเลย ทั้งๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเมืองไทย …เก็บตังค์ได้คงต้องนั่งเครื่องบินไป
@anontanan ถ้าอยากไปภูเก็ตแบบนี้คงต้องอาศัยบารมี “คุณยุทธ” เจ้าพ่อภูเก็ตแล้วมั้งคะเนียะ
อยากไปบ้างจังค่ะ ยังไม่มีโอกาสไปกราบหลวงพ่อจรัญเลย :]
@amit แนะนำคะไปแล้วประทับใจมากๆ ปกติจะได้เห็นหล่วงพ่อตามปกหนักงสือ และก็ได้อ่านแต่คำสอน คำแนะนำของหลวงพ่อจากปากคนอื่น ไม่เคยเห็นตัวจริงเลย พอได้เห็นตัวจริงแล้วรู้สึกดีมาก