ห่างหายจากการเขียน blog ไปนาน ทำเอาแฟนคลับเคือง!! ต้องขออภัยในความ Busy เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามรสุมงานและเรียน ถาโถม กินนอนไม่เป็นเวลา (แต่ไม่ยักกะผอมแฮะ.!)
ในช่วงที่ผ่านมาซือเจ๊ได้รับบทเรียนราคาแพงอย่างหนึ่ง เหตุเกิดจากงานเข้า จึงละทิ้งธรรมะ และการชำระล้างจิตใจไปพักใหญ่ เนื่องจากรู้ดีว่าในช่วงเข้าพรรษาจะต้องกลับเข้ามาอยู่ดี จึงขอเวลาสัก 2 เดือนเพื่อทุ่มเทเวลาในการทำงานบางอย่าง สุดท้ายก็ทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ (คิดผิดเจงๆเลยเรา)
จากการสังเกตพฤติกรรมตัวเองจากเหตุการณ์หลายๆอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ด้านอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก พฤติกรรม ลักษณะการพูดจา และหลายๆอย่างทำให้รู้สึกได้เลยว่า สันดานดิบของมนุษย์ผู้ไร้ซึ่งธรรมะได้บังเกิดขึ้นมาในตัวเราเสียแล้ว นี่มันนางมารร้ายชัดๆ เช่นหลายๆอย่างที่ไม่ควรทำ ก็ยังกล้าที่จะทำโดยไม่รู้สึกผิด หลายๆอย่างที่ควรทำกลับไม่ทำ ดูเหลาะแหล่ะ และอ่อนแอ ไร้เหตุผล มีอะไรมากระทบนิดๆหนอ่ยๆก็สามารถทำให้อารมณ์เสียได้ทั้งๆที่เมื่อก่อนจะใจเย็นมากๆและไม่ตอบโตใคร (ถ้าไม่จำเป็น) หลังๆกลับรู้สึกว่าตัวเองใจร้อนและมักทำอะไรไร้สติอยู่บ่อยๆ ทำอะไรตามอารมณ์ตัวเอง จนน่าตกใจ แต่ตอนนี้เชื่อแล้วว่าธรรมะคือชีวิต เราไม่ควรใช้ขีวิตให้ห่างจากพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเลยจริงๆ ที่ผ่านมารู้สึกได้เลยว่าตัวเองใช้ชีวิตอย่างคนขาดสติ ทำอะไรตามใจตัวเองจนเกินไป ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเวลามีเรื่องมากระทบใจก็จะรู้สึกแย่ไปเลย หรือพูดง่ายๆก็คือ “อารมณ์วัยรุ่นเซร้ง” นั่นแหล่ะ กว่าจะดึงตัวเองกลับมาได้แทบแย่
ต้องขอบใจน้อง PK ที่คอยแวะเวียนมาเตือนสติอยู่บ่อยๆ และทำตัวเป็นต้นแบบที่ดีให้เห็น ทั้งๆที่ก็รู้กันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า “คนที่มีธรรมะจะอยู่เหนือปัญหาและความทุกข์ทั้งปวง” แต่ก็ไม่สามารถดึงตัวเองกลับมาได้ คิดไปคิดมาก็เสียดายเวลา 2 เดือนที่เสียไปจริงๆ แต่ไม่เป็นไรเพราะจากนี้ไป จะกลับมาเป็นซือเจ๊คนเดิม ที่จะใช้ธรรมะเป็นหลักในการดำเนินชีวิตสืบไป จะไม่ยอมทิ้งของดีๆแบบนี้ไปอีกแล้ว บอกได้คำเดียวว่า “เข็ด”
ตอนนี้กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว หลังจากกลับไปพักผ่อนวันเข้าพรรษาที่บ้านเป็นเวลาหลายวัน ปีนี้ได้ทำบุญหลายอย่าง ทั้งการถวายผ้าอาบน้ำฝน การถวายเทียนพรรษา ถวายน้ำมันตะเกียง รวมทั้งการร่วมเป็นโยมอุปัฏฐาก (โยมอุปัฏฐาก คือ คฤหัสถ์ที่แสดงตนเป็นผู้อุปการะพระสงฆ์โดยเจาะจง อุปการะรูปใดก็เป็นโยมอุปัฏฐากของรูปนั้น) อันนี้อยากทำมาหลายปีแล้ว แต่พึ่งมีโอกาสได้ทำในปีนี้แหล่ะ (เปรมมั๊กๆ)
เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงเข้าพรรษาของทุกปีซือเจ๊จะมีกิจกรรมหรือโครงการที่กำหนดขึ้นมาเพื่อบังคับให้ตัวเอง สวดมนต์และปฏิบัติธรรมที่ห้องเสมอในช่วงเวลา 3 เดือนของการเข้าพรรษา นับเป็นวันรวมๆแล้วก็ 89 วันโดยเริ่มจากวันที่ 8 กรกฏาคม – 4 ตุลาคม ของทุกปี ตามที่หลวงพ่อจรัญเคยบอกไว้ว่า “ทำบ้านให้เป็นวัด” ในปีที่แล้วซือเจ๊ใช้ชื่อโครงการว่า “บทพิสูจน์ความเป็นอริยะ” ส่วนปีนี้ซือเจ๊ใช้ชื่อโครงการว่า “ไตรมาสแห่งการทำความดี” และเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่มีเพื่อนมาร่วมโครงการด้วยตั้ง 1 คนสำหรับโครงการไตรมาสแห่งการทำความดีนี้ ซือเจ๊มีข้อกำหนดว่าในหนึ่งวัน จะต้องหาเวลาสวดมนต์และปฏิบัติธรรมให้ได้อย่างน้อย 1 ครั้ง ส่วนจะใช้เวลานานแค่ไหน หรือจะสวดมนต์แบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะตั้งจิตอธิฐานเอาไว้ว่าอย่างไร เอาตามที่ตัวเองสะดวกก็แล้วกัน แต่สำหรับซือเจ๊เนื่องจากมีประสบการณ์มาแล้วจากการปฏิบัติเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ก็เลยขอหนักหน่อย ไหนๆก็เสียเวลาทำแล้ว ขอทำให้เต็มที่ไปเลย สบายใจเฉิบ อิอิ
กิจกรรมที่ตั้งใจว่าจะทำในวันเข้าพรรษานี้ (เผื่อมีคนสนใจอยากร่วมโครงการนี้กับซือเจ๊ด้วยก็เชิญนะคะ)
1. รักษาศีล : ใครสะดวกศีล 5 หรือ 8 ก็ตามสะดวกอยากได้ศีลไหนก็อาราธนาศีลนั้นเองก็แล้วกัน ส่วนซือเจ๊จะถือศีล 8 เฉพาะวันพระ
2. การสวดมนต์ : มีทั้งแบบสั้น และ ยาว แล้วแต่ว่าใครสะดวกแบบไหน (ในหนึ่งวันสามารถใช้แทนกันได้ นั่นคือเลือกแค่แบบเดียวก็พอ) แต่ขออย่างเดียว อย่าให้เบียดเบียนตัวเองจนรู้สึกว่ามันกลายเป็นภาระและปัญหาของตัวเองก็พอ สำหรับซือเจ๊ก็ดูเป็นวันๆ ว่าสะดวกอันไหน เน้นยืดหยุ่น พอสวดแล้วก็แผ่เมตตาแล้วก็อุทิศบุญกุศลตามปกติ
- แบบสั้น : ไว้สวดก่อนนอน หรือเวลาเร่งด่วนกรณีที่ต้องการความรวดเร็ว
- แบบยาว : ถ้ามีเวลามากก็จะเป็นการ ทำวัตรเช้า และ วัตรเย็น ในกรณีที่เป็นวันพระตั้งใจว่าจะสวดให้ได้แบบเดียวกับที่ เวฬุวันเลยคือเพิ่มบทสวดมหาเมตตาใหญ่เข้าไปด้วย
การทำวัตรเช้า : เป็นการเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อฟังโอวาท
การทำวัตรเย็น : เป็นการเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อฟังธรรม
3. วิปัสสนากรรมฐาน : ก็เน้นการเดินจงกรม และนั่งสมาธิ ส่วนระยะเวลาก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องทำเป็นเวลายาวนาน แต่ขอให้ทำทุกวันก็พอ วันละนิดๆหน่อยๆ
ตอนนี้ก็ทำมาได้ 4 วันแล้วถ้าใครยังไม่มีกิจกรรมดีๆทำในวันเข้าพรรษาก็สามารถเริ่มได้นะคะแนะนำๆ แค่ 3 เดือนเองลองทำดู ถ้าไม่ชอบปีหน้าก้ไม่ต้องทำแต่ปีนี้ลองทำดูก่อนเพื่อประเมินตัวเอง สำหรับปีนี้ดีกว่าปีที่แหล้วหน่อยหนึ่งเนื่องจาก “ตั้งใจจะทำบ้านให้เป็นวัดจริงๆ” ก็เลยเลือกทำให้ได้มาตรฐานเดียวกับที่เวฬุวันเลย นั้นคือ ใช้หนังสือสวดมนต์เล่มใหญ่พร้อมคำแปล แล้วก็มี CD ไว้นำสวดจะได้มีบรรยากาศเหมือนอยู่ในวัด วันนี้เพื่อนที่ร่วมโครงการก็ฝากซื้อ หนังสือสวดมนต์และ CD มาแล้วหวังว่าจะช่วยสร้างบรรยากาศในการทำความดีครั้งนี้ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดีนะ
หน้าตาของหนังสือคู่มือการทำวัตเช้า – วัตรเย็นของ ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวัน มันดีตรงที่มีคำแปลให้ด้วยและเป็นหนังสือที่ใช้สวดประจำที่ศูนย์

ส่วนนี้ก็เป็น CD-ทำวัตรเช้า

CD-ทำวัตรเย็น

CD-บทสวดมหาเมตตาใหญ่ (เมตตาพรหมะวิหาระภาวนา)

ราคาหนังสือ 80 บาทส่วน CD ก็น่าจะไม่เกิน 50 บาทใครสนใจก็ลองไปหาซื้อมาฟังดูได้เสียงดีทีเดียว การเข้าร่วมโครงการ “ไตรมาสแห่งการทำความดี” ครั้งนี้ไม่ได้ทำเพราะอยากได้บุญ แต่ทำเพราะทำแล้วรู้สึกสบายใจ และสงบ รวมทั้งฝึกรักษาคำพูดและเอาชนะตัวเอง จะได้ไม่ทำอะไรตามใจตัวเองจนเสียนิสัย ฝึกบริหารจัดการเวลาตัวเองด้วยส่วนหนึ่ง.
ซือเจ๊หายไปนานมาก ทั้งเขียนblog และ msn
กลับมาคราวนี้ก็เอาเนื้อหา สาระมาฝากอย่างจุใจ ปลื้มทั้งคนอ่าน และคนเขียน
ยังไงก็ขอเข้าร่วมโครงการด้วยแบบห่างๆ ขอถือศีล5 เป็นบางข้อ(ไม่ดื่มแอลกอฮอล55) แล้วก็สวดมนต์และวิปัสสนากรรมฐาน อาจจะทำไม่ได้ทุกวัน แต่จะพยายามเอาชนะใจตัวเอง(เป็นสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิต)
ขออนุโมธนา สาธุด้วยเด้อ….
@donal03 ด้วยเหตุอย่างนี้ๆแล..แต่ว่าก็แปลกอยู่อย่างนึง ตอนแรกนึกว่าไม่ได้ update ข้อมูลใน blog แล้วจะไม่มีใครเข้ามาอ่านกลับกลายเป็นว่า ยอดการเข้าชมเป็นปกติ ส่วนใหญ่จะเป็นการค้นข้อมูลเรื่องการปฏิบัติธรรมซะส่วนใหญ่ แสดงว่าข้อมูลที่เขียนยาวๆไปนี่ยังพอมีประโยชน์แก่ผู้คนอยู่บ้าง
โครงการนี้เป็นโครงการที่ซือเจ๊พยายามจะทำความดี อย่างว่าละนะ ทำความดีมันทำยาก ต้องใช้พลังงานสูงแบบนี้ต้องหาเวลาไปกินผักโขมอบชีสของโปรดซะแล้ว อิอิ…
เรื่องถือศีลจริงๆอยากถือศีล 8 ทุกวันกะจะเนียนมองเครื่องสำอางค์เป็นโอสถ อีกตามเคย ฮ่าๆ…
ปล.เรื่องห่างหายจาก blog ถือว่าห่างจริงเพราะไม่ยอมเขียนเลย แต่เรื่อง msn เนียะตะเองมัวคุยอะไรกะใครอยู่หรือเปล่าเลยไม่ว่างคุยกะเค้าแล้วมาเหมาว่าเค้าเปลี่ยนไป๋ เอิ๊กๆ…………
ผ่านมาได้ 5 วันแล้ว ยังไม่ขาด ดีใจกะตัวเองด้วย
ต้องใช้ความพยายามมากมาย เพราะเป็นช่วงงานเข้าพอดี
มารชอบมาเป็นระยะ ๆ ยังไงก็จะสู้ต่อไป ทาเคชิ อิ อิ
@Jum ถ้าจากนี้ไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ ยังคงสภาพตามนี้ได้อยู่ก็ถือว่ารอดแล้วหล่ะ ฮ่าๆ… เค้าให้หัดแบ่งเวลา เพื่อที่จะใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด เพราะทุกคนมีเวลาเท่ากัน จำนิทานเรื่อง “พระกาล” ได้ไหมหล่ะที่หลวงพี่กุ๊กไก่ เล่าให้ฟังอ่ะ น่านแหล่ะน่ากลัวสุดๆ มันสยองตรงทำฉันเหี่ยวนี่แหล่ะ อย่างอื่นไม่ค่อยกลัว ฮ่าๆ…
สู้ๆพอออกพรรษาเราก็ไปถวายกฐินต่อเลย พอสิ้นปีก็ไปสวดมนต์ข้ามปี Ok. ไปนอนนับลาว เอ้ยดาวด้วยกันไง ฤดูหนาวอันแสนโรแมนติก..
very good krub. I hope you can practice regularly. don’t forget to share with others (like me), so it will keep us motivate.
ของแบบนี้ต้องใช้เวลาและการฝึกฝนน่ะ ไม่ว่าจะทำอะไรต้องอาศัยความตั้งใจทั้งนั้น ถ้าเราจัดการเวลาเป็นอย่างน้อยเราก็สงบได้ระดับนึงแล้ว
@lek ไว้จะ update เป็นระยะๆคะ
@ฟังเพลง แฮ่ะๆ สำหรับซือเจ๊มีแค่ความตั้งใจดูเหมือนจะไม่เพียงพอคะ เพราะไม่เคยทำอะไรได้อย่างที่ตั้งใจไว้เลย ถึงแม้จะเป็นปีที่สองแล้วก็ตาม แต่ที่มีแน่ๆคือความตั้งมั่นคะเลยทำให้ทำการนั้นสำเร็จลงได้
ล่าสุดได้ฟังบทสัมภาษณ์ของ ดร. หญิงท่านหนึ่ง (ขออภัยจำชื่อไม่ได้พอดีดูรายการผ่านๆ) เค้าบอกว่า อยู่ในวัดใครๆก็สามารถทำจิตให้สงบได้ เพราะในวัดเป็นที่ที่สงบอยู่แล้ว แต่อยู่ข้างนอกในที่ที่เราอยู่กันนี่สิ ใครที่ยังสามารถสงบอยู่ได้คนนั้นไม่ธรรมดา เห็นจะจริง
ปล.ยินดีต้อนรับและขอบคุณที่แวะเวียมาคะ
สวัสดีครับ นาน ๆ เข้ามาทักทาย
แต่เข้ามาทีไรก็รู้สึกยิ้มจากข้างในครับ
@kenglife ว๊าวววววววว คุณเก่งกลับมาแล้วยินดีต้อนรับคะ หายไปนานเลยนะคะ หวังว่าคงจะสบายดีแฮ่ะๆ…งานคุณเก่งดูท่าจะสนุกได้ไปหลายๆจังหวัดท่าทางจะได้ประสบการณ์สูง..น่าอิจฉาเจงๆ
ช่วงนี้ซือเจ๊ก็งานเข้าเลยพาลเหลวไหลไม่มีอารมณ์ update blog เท่าไหร่ รู้สึกว่าพักนี้นิสัยตัวเองเปลี่ยนไปในทางชั่วๆไงไม่รู้บอกไม่ถูก.. ธรรมะหายความโหดร้ายเข้ามาครอบงำ เฉกเช่นคำพระท่านว่าไว้ว่า
“ผู้ถูกความโกรธครอบงำเข้าแล้วย่อมละทิ้งความดี” อันนี้ขอยืนยันว่าจริงเพราะตอนนี้เป็นอยู่ ฮ๋าๆ…
ดีจัง … สติ เป็นอนิจจัง ใช่ไหมเจ๊ เอ้ย ใช่ไหมคุณหมวย
แวบที่รู้สึกตัวว่า หงุดหงิด นั่นไม่ใช่หรือ คือ สติ
แวบที่รู้สึกตัวว่า ไม่มีสติ แวบนั่นแหละ สติ
บางที โลภะ โทสะ โมหะ ก็เป็นโทษ
ในกรณีนี้ สงสัยจะเป็นคุณ … เขามาสะกิดเตือนคุณหมวยล่ะมั้ง?
ขอแสดงความยินดีด้วย
: )
@ขุนอรรถ คุณอรรถอิอิคิดถึงๆ คมกริบเลยนะคะช่างเข้าถึงอะไรเยี่ยงนี้หนอท่าน จริงๆแล้วถามว่าตอนหงุดหงิด รู้ตัวไหม ตอบว่ารู้ตัวตั้งแต่ยังไม่รู้สึกนั่นแหล่ะคะ แต่ก็ปล่อยให้มันรู้สึก เพราะมันห้ามไม่ได้จริงๆ แล้วค่อยจัดการมันให้หายไปทีหลังคะ แต่มันดันมาขัดใจอีตรง มันไม่ใช่ตัวตนที่เคยเป็นไงคะ ฮ่าๆปกติถ้ามาแนวนี้มีสวนละท่าน เจ๊ไม่เอาไว้อ่ะขัดจายโจ๋..
แต่ว่าพักนี้ซือเจ๊เป็นบ่อย “สงสัยจะมีปัญหากับโพรงจมูก” เอิ๊กๆ..ดูเหมือนยิ่งเราพยายามทำดี ยิ่งมีสิ่งเข้ามาทดสอบอารมณ์เราบ่อยๆแฮะ..แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกคะ อารมณ์แบบนี้ชิวๆจัดการได้อยู่แล้ว มันเกิดขึ้นได้เพราะเราห้ามเขาไม่ได้แต่เราห้ามตัวเราเองได้ สำคัญที่ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วเรารู้แล้ว เราก็จัดการมันเสีย แล้วก็รีบทำให้อารมณ์แบบนั้นหายไปซะ เพียงแต่ไม่อยากให้มันโดนบ่อยๆ มันเสียสุขภาพจิต เสียมิตร เสียอารมณ์ เสียงาน เสียภาพพจน์ มีแต่เสียกับเสียเจ้าค้า..
แต่ว่าตอนนี้หายแล้ว ดันงานเข้านี่สิ วายรุ่นเซร็ง..!! ปายละคะ
สวัสดีครับเจ๊ …นานๆมาที อ่านบล็อกของเจ๊แล้วซึ้งใจจริงๆ
ตอนนี้ฟื้นคืนสติแล้วไปเยี่ยมบล็อก ร.ร. ผมบ้างเน้อ
อันที่จริงก็อยากเข้ามาบ่อยๆ แต่ภาระงานประจำมันช่างรัดตัวซะเหลือเกิน เนี่ยใครพอจะมีอะไรเป็นวิทยาทานให้แก่เด็กๆ ได้บ้างก็มาช่วยกันนะครับ ตอนนี้ผมสอนประจำชั้น 3 ชั้นรวด! ชั้นละ 8 วิชา สรุปวันนึงครูทั่วไปเขาสอนไม่เกิน 8 แต่ผมสอน 24 วิชา 555 รัฐบาลไม่ดูแลเลย ครูในเมืองเข้ากระจุกกัน สอนกันวันละไม่กี่ ช.ม. ไม่เคยท้อ แต่บางทีก็มี …รมณ์
@anontanan สวัสดีคะคุณนนท์ งานหนักแต่ใจสู้จริงๆน่ายกย่องๆ ยังไงก็สู้ๆนะคะ เพื่อเด็กๆอานาคตของชาติคะ
จริงๆแวะไปเยี่ยมโรงเรียน(blog) อยู่บ่อยๆนะคะ เพียงแต่ว่ามันดูเป็นทางการมากซะจนไม่กล้าเม้น อิอิ แต่ดูๆแล้วตอนนี้ blog ดูดีมากมีอะไรให้น่าติดตามเยอะเลยคะ แถมหลังๆมีภาพกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ที่โรงเรียนอื่นๆควรจะมีจะได้เกิดแรงกระตุ้นในการพัฒนาต่อไป ซือเจ๊เคยส่ง blog โรงเรียนของครูนนท์ ให้เพื่อนที่เป็นคุณครูดูด้วยคะเค้าบอกว่า น่าสนใจดี อยากทำแต่ไม่มีใครทำ กรำเจงๆ…
สวัสดีครับพี่ซือเจ๊ ไม่ได้แวะมานานเหมือนกัน แห่ะ ๆ เพิ่งเคีลยงานเสร็จน่ะครับ จัดนิทรรศการไปน่ะครับ
เก่งมีข้อสงสัยครับ เวลาเก่งจะไหว้พระ จิตใจเก่งจะวอกแวกตลอดเวลา และไม่สามารถเดินผ่านศาลพระภูมิได้ด้วยครับ ถ้าเจอกันตรง ๆ จะเดินกลับทันทีเลยครับ ไหว้ไม่ได้ด้วยอ่ะครับ เหมือนเป้นโรคจิต
เก่งอยากหายจากอาการเหล่านี้มาก ๆ เลยครับ
แห่ะ ๆ