สวัสดีในวันที่อากาศแช่มชื่นนะคะ จากที่ซือเจ๊ได้เคยเขียนแนะนำ สถานปฏิบัติธรรมสำหรับคนที่ฝักใฝ่ในความสงบเงียบ แบบเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติของวัดป่าดงมะไฟกันไปแล้ว โดยได้เขียนไว้ที่นี่“ดงมะไฟ ดินแดนแห่งความสงบ!” ใครที่ยังไม่ได้อ่าน ตามอ่านรายละเอียดกันได้ ส่วนใครที่กำลังติดตามความคืบหน้า และรูปภาพการไปปฏิธรรมที่ดงมะไฟ ครั้งล่าสุด วันนี้ซือเจ๊เก็บมาฝากตามคำสัญญา รับรองไม่ผิดหวัง แถมมีภาพน้ำตกใหญ่มาฝากด้วย ทั้งนี้ต้องขอกราบขอบพระคุณ พระมหารุ่งเรืองแห่งเวฬุวัน (ขอนแก่น) ที่เอื้อเฟื้อภาพถ่ายในครั้งนี้ด้วยเจ้าค้า (สาธุ)
ภาพแรกเป็นภาพ บรรยากาศดอกไม้ที่เบ่งบานรอรับผู้คนที่มาเยือนและความชุ่มชื่นในช่วงฤดูฝน
คราวนี้ก็เป็นบรรยากาศในศาลา ผู้ปฏบัิติธรรมกำลังไหว้พระ สวดมนต์ตอนเช้าตรู่กันอยู่
ภาพต่อมา เป็นภาพการเดินจงกรมเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติยามเช้ามืด เป็นการเดินจงกรมนอกสถานที่ ใครที่จัดอยู่ในกลุ่มเท้าแดง ก็ไม่ควรไปเพราะเวลาตะแคงเท้าเิดินคงจะลำบาก เพราะที่นี่เขาเน้นสัมผัสกับธรรมชาติโดยเท้ เขาถอดรองเท้าเดินได้ เราก็ต้องถอดได้จริงไหม พร้อมแล้วลุยเลย
เดินไปแล้วก็เดินกลับมา รอบพระปรางหน้าวัดกัน ได้สัมผัสทุกพื้นผิว เท้าจะได้เห็นความแตกต่างและแยกแยะได้ว่าเมื่อชีวิตเก้าไปข้างหน้า ย่อมเผชิญกับทุกข์ทุกรูปแบบ มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง หนักบ้าง เบาบ้าง เปลี่ยนแปลงไปตามที่ควรจะเป็น เฉกเช่นกับการเดินทางที่เราไม่รู้ว่าพื้นแบบไหนที่เราจะได้เจอะเจอต่อไป มันก็มีทั้งพื้นแฉะ พื้นดินนุ่มๆ พื่นเฟิร์นมอสสีเขียวดุจพรมนุ่มๆ พื้นหินลูกลัง ชอบบ้างไม่ชอบบ้างก็กำหนดรู้กันไปตามเรื่อง ชีวิตคนเราก็เป็นเช่นนี้แล บอกไม่ได้ว่าเกิดมาเพือเจอะเจออะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆต้องเจอ เจอแล้วก็ต้องอยู่กับมันให้ได้
เดินเหนื่อยแล้วก็ พักรับประทานอาหารเช้า จากชาวบ้านผู้มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเสียสละเวลามา ทำอาหารให้พวกเราได้รับประทานกัน ขอบคุณมากค้า
กินเสร็จแล้วไปเดินเล่นน้ำตกเล็กๆ ตรงนี้รู้สึกจะมีถ้ำไว้สำหรับคนที่อยากนั่งสมาธิฟังเสียงน้ำตกด้วย แต่น้ำไม่เยอะเท่าไหร่ เด๋วมีน้ำตกใหญ่ตอนท้ายรอชมกันต่อไป
คราวนี้มาดูวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่กัน แต่ว่าน่าเสียดายที่ซือเจ๊ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า พืชชนิดนี้มันคืออะไรไว้จะไปสอบถามมาแจ้งให้ทราบกันอีกที
ไหนๆออกมาดูบรรยากาศนอกวัดแระ เราเดินทางกันต่อดีกว่า คราวนี้จะพาไปเยี่ยมชมน้ำตก แต่น่าเสียดายเป็นช่วงฤดูฝน สีน้ำเลยดูขุ่นๆไม่ใสเท่าไหร่ พาหนะในการเดินทางของเรา ก็ตามแบบวิถีชีวิตชาวบ้านเขานี่แหล่ะ เขาไปยังไงเราก็ไปอย่างนั้น อันนี้รู้สึกจะห่างจากที่วัดซัก 3 กิโล เห็นจะได้ ลูกทุ่งดีแท้ คริๆ
มาถึงแล้ว น้ำตก เสียดายที่ไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนาม ไว้จะตามเก็บชื่อมาให้อีกที ฮ่าๆ พฤจิกายนนี้ซือเจ๊จะแวะไปถ่ายภาพช่วงฤดูหนาวมาให้ดูนะเผื่อจะสวยกว่านี้ เป็นไง น้ำตกใหญ่สะใจดีกว่าอันที่แล้วไหมคะ ฮ่าๆบอกแล้วว่าใหญ่จริงอะไรจริง
กินนอนที่วัดกันมาหลายวัน ต้องทำงานตอบแทนคุณวัด ด้วยการช่วยกันทำความสะอาดเก็บกวาด ระหว่างทำก็อย่าลืมกำหนดรู้ไปด้วย เพราะการปฏิบัติธรรมแท้ที่จริงแล้วก็คือการทำงาน ไม่ใช่กันนั่งสมาธิเฉยๆ
ทำความสะอาดเสร็จแล้ว ก็ถึงวันต้องจาก ก็ต้องร่ำลากันด้วยการไหว้ขอบคุณ และพูดคุยกัน ตามประสาญาติธรรม เพื่ออนุโมทนาบุญร่วมกัน แต่ละคนน่าตาสดใส จิ้มลิ้มน่ารัก ดูอารมณ์ดี เด็กๆบ้านไกล้เรือนเคืองก็มาช่วยงานและมาทำบุญด้วย คุณย่าคุณยายเค้าก็มาช่วยจัดเตรียมอาหารที่สุดแสนอร่อยให้พวกเราได้ทานกัน ขอบคุณอีกครั้งคะ
เป็นไงกันบ้างคะำักับภาพถ่าย บรรยากาศการปฏิบัติธรรมที่วัดป่าดงมะไฟ ที่นี่เค้าัเปิดรับผู้ปฏิบัิติธรรมทั้งคนไทยและต่างชาติ ขอให้มีความสนใจใฝ่ศึกษาพระพุทธศาสนาจริงก็มาได้ตลอดเลยคะ ที่นี่ยินดีต้อนรับ หลายๆคนคงอยากรู้รายละเอียดและวิธีเดินทาง รวมทั้งเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อสอบถามกันแล้วใช่ไหมคะ อดใจรอไว้ก่อน กำลังดำเนินการคะ ช่วงนี้ถ้าใครจะไปกันจริงๆก็คงต้อง เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวกันไปก่อน ไว้ซือเจ๊จะ กลับมา up date รายละเอียดเรื่อง เบอร์โทรศัพท์ และวิธีเดินทางโดยรถโดยสารให้ทราบกันอีกที แต่ถ้าใครอดใจไม่ไหว ก็ให้จับกลุ่มกันไปซัก 7-10 คนโดยติดต่อไปที่ เวฬุวัน ขอนแก่นเพื่อสอบถามข้อมูลเรื่องการเดินทาง ไปยังดงมะไฟก่อนได้ หรือจะโพสข้อความสอบถามซือเจ๊ได้ที่นี่คะ ยินดีรับใช้ทุกคนคะ
เบอร์โทรศัพท์วัดป่าดงมะไฟ สามารถติดต่อได้ทั้งสองเบอร์ตามสะดวก แต่มีมีเพียงเบอร์หนึ่งที่รองรับการสนทนาด้วยภาษาอังกฤษ ซึ่งเปิดไว้เพื่ออำนวยความสะดวงให้แก่ชาวต่างชาติที่สนใจมาปฏบัติธรรมที่ี่นี่คะ
089-376-4656 (บุคคลทั่วไป)
089-376-4655 (*สำหรับชาวต่างชาติ และบุคคลทั่วไป)
วิธีการเดิทาง มี 3 วิธี
1.รถโดยสารประจำทาง มีรถโดยสารเข้าถึงหมู่บ้าน
2.เดินทางด้วยรถตู้ ของศูนย์ปฏิบัิติธรรมสวนเวฬุวัน (กรุณาต่อสอบถามข้อมูลข้อมูลที่วัดป่าดงมะไฟเบอร์โทรศัพท์ 089-376-4656 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานงานให้ และอาจมีค่าใช้จ่าย(ตามศรัทธา)แนะนำให้มาเป็นกลุ่ม 7-10 คน )
3. เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว (สะดวกที่สุด)
ชุดปฏิบัติธรรม
1. ทางวัดมีบริการให้ แต่ยังมีจำนวนจำกัดอยู่ (แนะนำให้สอบถามเพื่อเช็คจำนวนชุดก่อน เนื่องจากบ้างครั้งทางวัดติดจัดโครงการ ชุดอาจจะไม่เพียงพอ)
2. สามารถเตรียมไปเองได้ (หลังใช้เสร็จ หากมีความประสงค์จะบริจาคให้กับทางวัดเพื่อเป็นสาธารณะกุศลแก่ตัวเองก็ได้)
3. หากไม่มีชุดปฏิบัติธรรม สามารถใส่เสื้อสีขาว และกางเกางสีดำ (สุภาพได้)
เว็บไซต์ของวัดป่าดงมะไฟ http://dongmafaitemplestay.wordpress.com/









Motana Sathu.
ต้นไม้ที่ซือเจ๊ สงสัยมันคือ กะทกรก (เขียนถูกหรือเปล่าคะ) หรือเสาวรส
เราเพิ่งไปมาเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2553 นี้เองร่วมทำบุญ สร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม ประทับใจมากๆๆ บรรยากาศดีสงบ ตั้งใจว่าจะไปอีก ติดใจวิธีชาวบ้าน และ อากาศเย็นสบาย แต่ไม่ได้เที่ยวน้ำตก เพราะฝนตกทั้งวัน
@June ขอบใจมากจ้า ซือเจ๊จะไปปลายเดือน พ.ย. นี้คะคงไปหลัง งานกฐิน ไปทำธุระบางอย่างให้พระจารย์ ไว้จะมา update ให้ฟังเรื่อยๆกะว่าจะไปเก็บภาพมาลงเว็บ ของวัดป่าดงมะไฟ อย่าลืมแวะเวียนมาติดตามน๊า… :p
อนุโมทนาด้วยคะ
จะไปทอดกฐินด้วยคะ
ซือเจ๊คงอดไปร่วมงาน กฐินที่ ดงมะไฟ คะแต่ว่าส่งทีมงานลงพื้นที่ไปช่วยดูแลและร่วมงานที่นั้นแล้ว ลองไปสืบๆดูคะเผื่อได้เจอกัน เพราะสั่งให้เค้าเก็บภาพบรรยากาศมาลงเว็บด้วย อย่าลืมทำตัวให้ได้ออกสื่อนะคะ อิอิ
อยากไปกับปาป๊าจังเลย
แวะมาบอกบุญคะ ขอเชิญร่วมงานทอดกฐินสามัคคีร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวัน จ.ขอนแก่น ทอดถวาย ณ สำนักปฏิบัติธรรมถาวรวนาราม บ้านดงมะไฟ ต.โคกมน อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ งานนี้ซือเจ๊เป็นคณะกรรมการฝ่ายฆราวาส ด้วยกำหนดการดังนี้คะ
20 พฤศจิกายน 2553
เวลา 18:00 น. ร่วมสวดมนต์ทำวัตรเย็นและปฏิบัติธรรม
21 พฤศจิกายน 2553
เวลา 05.00 น. ร่วมสวดมนต์ทำวัตรเช้าและปฏิบัติธรรม
เวลา 10.00 น. เริ่มพิธีทอดกฐิน ประทานกล่าวคำถวายผ้ากฐิน
เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ รับพรจากคณะสงฆ์เป็นลำดับไป
เสร็จพิธีเชิญร่วมรับประทานอาหารโดยพร้อมเพรียงกัน