Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘การปฏิบัติธรรม’

ห่างหายจากการเขียน blog ไปนาน ทำเอาแฟนคลับเคือง!! ต้องขออภัยในความ Busy เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามรสุมงานและเรียน ถาโถม กินนอนไม่เป็นเวลา (แต่ไม่ยักกะผอมแฮะ.!)
ในช่วงที่ผ่านมาซือเจ๊ได้รับบทเรียนราคาแพงอย่างหนึ่ง เหตุเกิดจากงานเข้า จึงละทิ้งธรรมะ และการชำระล้างจิตใจไปพักใหญ่ เนื่องจากรู้ดีว่าในช่วงเข้าพรรษาจะต้องกลับเข้ามาอยู่ดี จึงขอเวลาสัก 2 เดือนเพื่อทุ่มเทเวลาในการทำงานบางอย่าง สุดท้ายก็ทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ (คิดผิดเจงๆเลยเรา)
จากการสังเกตพฤติกรรมตัวเองจากเหตุการณ์หลายๆอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ด้านอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก พฤติกรรม ลักษณะการพูดจา และหลายๆอย่างทำให้รู้สึกได้เลยว่า สันดานดิบของมนุษย์ผู้ไร้ซึ่งธรรมะได้บังเกิดขึ้นมาในตัวเราเสียแล้ว นี่มันนางมารร้ายชัดๆ เช่นหลายๆอย่างที่ไม่ควรทำ ก็ยังกล้าที่จะทำโดยไม่รู้สึกผิด หลายๆอย่างที่ควรทำกลับไม่ทำ ดูเหลาะแหล่ะ และอ่อนแอ ไร้เหตุผล มีอะไรมากระทบนิดๆหนอ่ยๆก็สามารถทำให้อารมณ์เสียได้ทั้งๆที่เมื่อก่อนจะใจเย็นมากๆและไม่ตอบโตใคร (ถ้าไม่จำเป็น) หลังๆกลับรู้สึกว่าตัวเองใจร้อนและมักทำอะไรไร้สติอยู่บ่อยๆ ทำอะไรตามอารมณ์ตัวเอง จนน่าตกใจ แต่ตอนนี้เชื่อแล้วว่าธรรมะคือชีวิต เราไม่ควรใช้ขีวิตให้ห่างจากพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเลยจริงๆ ที่ผ่านมารู้สึกได้เลยว่าตัวเองใช้ชีวิตอย่างคนขาดสติ ทำอะไรตามใจตัวเองจนเกินไป ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเวลามีเรื่องมากระทบใจก็จะรู้สึกแย่ไปเลย หรือพูดง่ายๆก็คือ “อารมณ์วัยรุ่นเซร้ง” นั่นแหล่ะ กว่าจะดึงตัวเองกลับมาได้แทบแย่
ต้องขอบใจน้อง PK ที่คอยแวะเวียนมาเตือนสติอยู่บ่อยๆ และทำตัวเป็นต้นแบบที่ดีให้เห็น ทั้งๆที่ก็รู้กันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า “คนที่มีธรรมะจะอยู่เหนือปัญหาและความทุกข์ทั้งปวง” แต่ก็ไม่สามารถดึงตัวเองกลับมาได้ คิดไปคิดมาก็เสียดายเวลา 2 [...]

Read Full Post »

ช่วงนี้ภาระกิจงานถาโถมเข้ามาอีกระรอกและคาดว่าคงจะอยู่อีกนานโข ดังนั้นก่อนที่เวลาจะล่วงเลยไปเสียก่อน ซือเจ๊ขอแจ้งความคืบหน้าของ ภาระกิจซื้อนาฬิกาติดผนังห้องนอนผู้ปฏิบัติธรรม เพื่อมอบให้แก่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน เพื่อให้ผู้บริจาคทุกคนได้รับทราบกันหน่อยนะคะ
โดยแนวคิดนี้เกิดขึ้นจากการไปปฏิบัติธรรมเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซือเจ๊และเพื่อนๆช่วยกันคิดหากิจกรรมที่จะได้มีโอกาสทำบุญร่วมกัน และเป็นประโยชน์กับส่วนรวมมากที่สุดรวมทั้งทางศูนย์ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งของเหล่านั้นจริง สุดท้ายซือเจ๊และผองเพื่อนก็ได้ข้อสรุปว่า อยากจะซื้อนาฬิกาติดฝาผนัง ที่มีขนาดใหญ่ มีพรายน้ำ เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ในเวลากลางคืน เนื่องจากผู้ปฏิบัติธรรมต้องตื่นตี 3 เวลาจะดูนาฬิกาที ก็ต้องเปิดไฟฉายเพื่อดูนาฬิกา เพราะบางคนไม่ได้พกนาฬิกาที่มีพรายน้ำติดตัวไปด้วยทำให้ลำบากในการตรวจสอบเวลา หลังจากได้ข้อสรุปแล้วก็มารวบรวมปัจจัยเพื่อจัดซื้อ โดยตั้งเป้าหมายในการซื้อทั้งหมด 8 เรือนเพื่อติดห้องนอนผู้ปฏิบัติธรรรมทั้่งชายและหญิง ของอาคาร 72 ปีหลวงพ่อจรัญ แต่ไปๆมาๆ มีผู้สนใจร่วมบริจาคเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่งทำให้มีงบประมาณเหลือและสามารถจัดซื้อนาฬิกาเพิ่มเติมได้อีก
ซือเจ๊จึงโทรสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ว่า ยังมีอาคารไหนที่ต้องการนาฬิกาอยู่อีกไหม จะได้เป็นรูปแบบเดียวกัน และถ้ามีต้องการจำนวนกี่เรือนจึงได้คำตอบว่าอีก 10 เรือน รวมยอดทั้งหมดที่ต้องจัดซื้อคือ 18 เรือนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาซือเจ๊กับเพื่อนได้ไปรับนาฬิกาที่สั่งไว้แล้วก็จัดส่งไปที่ขอนแก่น โดยให้พี่สาวมารับหน้าที่ต่อ เพื่อนำไปมอบให้แก่ทางศูนย์แต่เนื่องจากพี่สาวพึ่งจะสะดวกมารับของวันนี้ และก็ได้นำไปมอบให้แก่ทางศูนย์เรียบร้อยแล้วเมื่อบ่ายวันนี้ โดยมีพระอาจารย์ไก่ เป็นผู้รับถวาย โอกาศนี้ซือเจ๊ขออนุโมทนาบุญ กับทุกๆคนที่ร่วมบริจาคปัจจัยสำหรับทำบุญในครั้งนี้ด้วย สาธุ!  ปีหน้าใครจะตามไปดูนาฬิกาที่ตัวเองร่วมบริจาคไว้ก็เชิญนะ อิอิ
สำหรับนาฬิกาที่ซื้อไปถวายมีด้วยกัน 2 แบบแต่ที่มีรูปถ่ายมีอันเดียวหล่ะ อีกอันถ่ายมาแต่ภาพไม่ชัด ดูอันเดียวไปก่อนแล้วกันนะ อีกแบบก็อยู่ข้างๆกันนั่นแหล่ะ แฮ๋ะๆ

Read Full Post »

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ต้องทำทุกๆปีของซือเจ๊และผองเพื่อน นั่นก็คือการเดินทางไปกราบหลวงพ่อจรัญ ที่อัมวัน จ.สิงห์บุรี ในทุกปีๆหลังจากเข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรมที่ศุนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่นเรียบร้อยแล้ว พอช่วงวันหยุดของเดือนพฤษภาคมของทุกปี ซือเจ๊มักจะเดินทางไปกราบหลวงพ่อเป็นประจำ และตั้งใจจะทำให้ได้อย่างนี้ทุกปีเช่นกัน
สำหรับการเดินทางไปอัมวันครั้งนี้ เราได้รับเกียรติจากพลขับกิตติมศักดิ์ คือ พี่อ้อย manager bank ช่วยขับรถพาไปที่สิงห์บุรี การเดินทางก็สะดวกสบายและรวดเร็ว เนื่องจากมีการวางแผนการเดินทางที่ดี รวมทั้งสมาชิกทุกคน ก็ตรงต่อเวลา เราเดินทางจากรุงเทพที่เวลา 6 โมงครึ่ง ไปถึงอัมพวันก็ราวๆ 7 โมงกว่าๆ ยังไม่ถึง 8 โมงพอไปถึงก็ แวะไปกินข้าวเช้าที่โรงทาน กินเสร็จก็บริจาคเงินช่วยโรงทาน เพราะเราไม่มีนโยบายกินฟรี อิอิ จากนั้นก็ไปนั่งรอหลวงพ่อที่กุฏิ ต้องรีบไปนั่งรอตั้งแต่เนิ่นๆเพราะไม่งั้นจะไม่มีที่นั่ง เนื่องจากญาติโยมมากันเยอะมาก ล้นศาลาตลอด หลวงพ่อจะลงมาพบญาติโยมเป็นประจำทุกวันโดยในแต่ละวันจะลงมา 2 รอบคือ 10.00 โมงเช้า และ 14.00 น.
ปีนี้คณะของซือเจ๊เดินทางไปกันทั้งหมด 5 คนจริงๆแล้วจะมีคนร่วมเดินทางเยอะกว่านี้แต่เนื่องจากที่นั่งมีจำกัดเลยได้ไปกันแค่นี้แหล่ะ แอ่ะๆ น่าเสียดายแทนคนที่ไม่ได้ไปเจงๆ ไว้มีรถแล้วเจ๊จะพาไปใหม่นะ อิอิ สิ่งที่พวกเราเตรียมไปถวายหลวงพ่อก็มี ผ้าไตร 1 ผืน [...]

Read Full Post »

มาตามคำเรียกร้อง สำหรับภาพบรรยากาศการเข้าร่วมปฏิบัติธรรม โครงการ “ใต้ร่มพุทธธรรม” ปี 2552 ของศูนย์ปฏฺิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ.ขอนแก่น ที่ซือเจ๊และคณะลูกทัวน์ได้เข้าร่วมไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา วันนี้พอมีเวลานิดหน่อย เลยรีบมาอัพเดท ภาพให้ชมกันพอหอมปากหอมคอ
ปีนี้มีผู้เเข้าร่วมโครงการค่อนข้างมาก เลยได้ปฏิบัติธรรมที่ ศาลา 72 ปีหลวงพ่อจรัญแทน ภาพบรรยากาศที่ได้มาจึงค่อนข้างแตกต่างจาก ปีที่แล้วนิดหน่อย  ขอเริ่มกันที่ภาพบรรยากาศโดยรวมของศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวันกันก่อนเลย ภาพนี้ถ่ายมาจากหลายๆมุม เอามารวมไว้ในภาพเดียวกันถ้าดูไม่จุใจต้องขออภัยด้วยนะคะ (คนโพสขี้เกียจโพสหลายรอบเลยรวมไว้ซะงั้นหละ แฮ่ะๆ..)

ภาพต่อมาเป็นภาพ การเข้าร่วมปฏิบัติธรรม โดยรวมๆแล้วก็จะเป็นเหมือนทุกๆปีที่ไปนะคะ ก็คือ จะมีการสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น เดินจงกรม นั่งสมาธิ ทั้งในอริยาบถนั่ง และ นอน มีทั้งแบบในและนอกสถานที่เช่นเดินจงกรมและนั่งสมาธิที่ลานโพธิ์  พระอาจารย์ที่สอนกรรมฐานก็รูปเดิม วิทยากรก็คนเดิม ผู้ปฏิบัติธรรมก็มีทั้งหน้าเดิมๆและหน้าใหม่ๆมาเยอะทีเดียว หน้าเดิมๆก็มีเยอะเพราะติดใจจากปีที่แล้ว ส่วนหน้าใหม่ๆที่ติดสอยห้อยตามซือเจ๊ไป ก็คิดว่าปีหน้าคงจะกลายเป็นหน้าเก่าๆสำหรับปีหน้าอย่างแน่นอน ของแบบนี้ลองแล้วจะติดใจ ตอนปฏิบัติก็อยากรีบออกมาเพราะมันทรมาน แต่พอออกมาแล้วจะคิดถึงตะหงิดๆ อยากกลับเข้าไปใหม่อีกรอบ

สำหรับปีนี้ขอโชว์รูปให้ดูเท่านี้ สำหรับคนที่พึ่งเข้ามาอ่าน อาจจะอยากได้รายละเอียดการบรรยายใต้ภาพอย่างละเอียด ก็แนะนำให้ตามอ่านได้จากภาพประกอบของปีที่แล้วนะคะ โดยอ่านได้ที่นี่คะ
ส่วนคนที่สนใจข้อมูลการปฏิบัติธรรมในมุมองอื่นๆสามารถตามอ่านได้ที่หมวด “การปฏิบัติธรรม” หรือตามอ่านได้ที่ Tab เรื่องเก่าเล่าใหม่ได้ที่ด้านบนคะ.

Read Full Post »

กลับมาได้หลายวันแล้ว สำหรับการเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ถือเป็นกิจกรรมที่ต้องทำในทุกๆปีแต่ยังไม่ได้อัพเดท ข้อมูลให้ได้อ่านกัน เนื่องจากซือเจ๊มีความนร๊ก รออยู่เบื้องหน้า จึงต้องรีบสะสางให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน ผ่านไป 4 วันพึ่งจัดเก็บและทำความสะอาดห้องเสร็จ จริงๆอยากถ่ายภาพมาให้ดูกันว่ามันนรกแค่ไหน แต่อย่าเลยเดี๋ยวขายไม่ออก เชื่อว่าภาพคงไม่ผ่านกบว. เป็นแน่แท้ ประกอบกับเกรงใจท่านผู้ชมเป็นอย่างมาก เอาเป็นว่าวันนี้ทำความนรกให้กลายเป็นสวรรค์เรียบร้อยแล้ว จึงถือโอกาสนี้มาเล่าบรรยากาศในแต่ละวันให้ฟังกันอย่างละเอียด แต่เอ๊ะ.!!..พักนี้มีหลายๆคนบ่นว่า ซือเจ๊เขียน blog ยาวอ่านไม่ไหว เอาเป็นว่าซือเจ๊รับฟังและ Entry นี้จะพยายามเล่าให้กระชับก็แล้วกันนะ ไม่รู้จะสั้นได้แค่ไหน แต่ตั้งใจจะเขียนยาวหล่ะเพราะไม่อยากจะแยกเป็น 2 ตอน รับฟังแต่ไม่ปฏิบัติตาม (กรรมของคนบ่น ฮ่าๆ) 
ต้องบอกว่าผ่านไปได้ด้วยดี สำหรับการทัวน์ปฏิบัติธรรมกับซือเจ๊ที่เวฬุวันขอนแก่นครั้งนี้ และแล้วลูกทัวน์ของเจ๊ก็รอดกันทุกคน ฮ่าๆแอบปลื้มเล็กน้อยถึงปานกลาง ที่คณะลูกทัวน์มีความอดทนมากพอที่จะอยู่ให้ครบตามกำหนดเวลา โดยไม่มีใครบ่นให้ได้ยิน (แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปบ่นที่ไหนหรือเปล่านะ) ซือเจ๊ไม่แน่ใจว่าคณะลูกทัวน์ของซือเจ๊รู้สึกอย่างไรบ้างกับการเข้าร่วมปฏิบัติธรรมที่ยาวนานขนาดนี้ แต่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่ได้มีโอกาสได้ไปสัมผัสบรรยากาศจริงด้วยตัวเองสักครั้ง ได้แต่หวังว่าคงจะได้อะไรกลับมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตตัวเองบ้างนะ
3 เม.ย.  : ออกเดินทางด้วยรถ First Class ที่ศูนย์บริการนครชัยแอร์ ทั้งที่พึ่งต้นเดือนแต่คนเยอะมากรถติดอีกต่างหาก ซือเจ๊กับเพื่อนต้องซึ่งมอเตอร์ไซต์เพื่อมาให้ทันเวลา เมื่อคณะลูกทัวน์มาพร้อมหน้ากัน ก็ออกเดินทางจากกรุงเทพตอนเที่ยงคืนกว่าๆ การเดินทางสะดวกสบายและราบรื่นตลอดเส้นทาง แรกๆก็เม้าท์กันกระจายเพราะตื่นเต้นกับลูกเล่นของรถหรูคันนี้ สักพักก็หลับปุ๋ยกันทุกคน นี่ละน๊าวัยกำลังกินกำลังนอน
4 เม.ย. [...]

Read Full Post »

ขอยืมคำพูดของคุณวิทวัส จากรายการตีสิบมาใช้สักหน่อย กับคำพูดที่ว่า”ความลับของสวรรค์ที่มนุษย์ควรรู้” ซือเจ๊เป็นคนหนึ่งที่สนใจเรื่องนี้และเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม ว่ามันมีอยู่จริงในโลกใบนี้
เคยเกิดขึ้นจริง ส่งผลได้จริง สัมผัสได้จริง(โดยเฉพาะคนที่เคยได้รับผลแห่งการกระทำนั้นแล้ว)แต่เป็นสิ่งที่ยากแก่การพิสูจน์ถึงที่มาที่ไปอยู่เหมือนกัน หรือที่พระพุทธเจ้าบอกว่ามันเป็น “อจินตัย”
อจินตัย คือ สิ่งที่ไม่ควรคิดเนื่องจากสิ่งนั้นเรื่องนั้นพ้นวิสัยปัญญาของมวลมนุษย์ที่จะคิดได้
สิ่งที่จัดเป็น อจินตัย มี 4 ประการดังนี้
(1.) พุทธวิสัย  หมายถึง พุทธอำนาจ พุทธานุภาพ
(2.) ฌานวิสัย  หมายถึง อำนาจฌาน ฌานานุภาพ
(3.) กรรมวิบาก หมายถึง อำนาจของกรรมที่เป็นกุศลและอกุศล กรรมานุภาพ
(4.) โลกจินตะ หมายถึง การคิดเรื่องในโลกของพวกนักคิด
 อ่านรายละเอียดเรื่องอจินตัยเพิ่มเติมได้ที่นี่
เมื่อสองอาทิตย์ก่อนซือเจ๊ได้มีโอกาสดูโฆษณารายการตีสิบว่าจะมีแขกรับเชิญที่สามารถแสกนกรรมได้มาออกรายการ แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่ ฟังผ่านๆหู พอช่วงเย็นซือเจ๊ได้แวะไปที่ร้าน B2S
เพื่อหาซื้อสมุดโน๊ตสำหรับทำงานสักหน่อย ปรากฏว่าไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งที่ตั้งโชว์อยู่ ดูแล้วน่าสนใจนั่นคือหนังสือชื่อ “แสกนกรรม” แล้วก็มีข้อความที่เขียนว่า ผู้หญิงตาทิพย์ มองทะลุกรรม ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนโดยคุณ กฤษณา สุยะมงคล หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “อาจารย์เอ๋” ซือเจ๊เห็นข้อความที่เขียนตรงหน้าปกก็ แปลกใจว่า อะไรจะปาฏิหาริย์ขนาดนั้นเนียะ..จึงลองเปิดอ่านเนื้อหาด้านในคร่าวๆ และดูเหมือนจะพูดถึงหลวงพ่อจรัญไว้ในหนังสือเล่มนี้ด้วยเท่านั้นแหล่ะ ซือเจ๊สนใจขึ้นมาทันที และก็ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านอย่างไม่ลังเล เพราะเป็นศิษย์สำนักเดียวกันเชื่อถือได้แน่นอน คิดว่าอ่านก่อนแล้วค่อยตามไปดูรายการ จะได้มีข้อมูลไว้วิเคราะห์ในสิ่งที่เขาพูดบ้าง.
หลังจากได้หนังสือเล่มนี้มาก็มานั่งอ่าน และเนื่องจากเป็นเรื่องที่สนใจ จึงอ่านจบภายในวันเดียว [...]

Read Full Post »

รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยถึงปานกลางเหตุเพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึง2อาทิตย์ก็จะได้เวลาเข้าสู่ร่มกาสาวพัตรอีกรอบแล้วครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่3สำหรับการเข้าวัดปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมเวฬุวันขอนแก่น จะว่าไปมาลองไล่ดูดีกว่าว่าชีวิตนี้สะสมอริยะทรัพย์ไปได้แล้วกี่แต้ม (ช่วงนี้ซือเจ๊กลายเป็นเด็กล่าแต้มไปแล้ว -_-”)
ครั้งที่ 1 : เป็นเพียงการไปสังเกตการณ์แบบผู้ปฏิบัติธรรมทั่วไปเข้าร่วมเพียงแค่ 4 วัน(ติดสอยห้อยตามชาวบ้านเขาไป ลองของว่างั้น แต่กลับประทับใจมิรู้ลืม.)
ครั้งที่ 2 : เข้าร่วมโครงการ “แสงธรรมนำชีวิต”  8 วัน (การไปครั้งนี้ตั้งใจมาก เนื่องจากห่างหายมาหลายปี พอสอบเสร็จรีบเดินทางไปร่วมโครงการทันที )
ครั้งที่ 3 : ที่กำลังจะมาถึงนี้ชื่อโครงการว่า”ใต้ร่มพุทธธรรม” อีก 8 วัน 7 คืนคือวันที่ 4-11 เมษายน 2552 ที่จะถึงนี้  (วางแผนล่วงหน้าไว้เป็นปี ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยก่อนเดินทาง 1 เดือนเต็มๆกันพลาด อิอิ)
ปฏิบัติเองที่ห้อง : โครงการ “บทพิสูจน์ความเป็นอริยะ” อันนี้ตั้งใจปฏิบัติเองที่ห้อง ช่วงเข้าพรรษาระยะเวลา 89 วัน (กว่าจะครบก็ล่วงเลยวันออกพรรษามาหลายเพลาอยู่ ฮ่าๆ แต่ก็ครบน๊า..  )
สรุปยอดรวมการสะสมอริยะทรัพย์รวมครั้งที่จะถึงนี้ด้วย รวมๆแล้วก็เป็นจำนวน 109 แต้มแล้ว แอบภูมิใจเล็กน้อยถึงปานกลางถึงแม้ว่ามันจะไม่มากมายก็ตามที [...]

Read Full Post »

เมื่อวานนี้ซือเจ๊ได้มีโอกาสดูรายการเจาะใจ ซึ่งคุณเหมียว วรัตดา ภัทโรดม มาเป็นแขกรับเชิญในรายการอีกครั้ง หลังจากเคยสร้างความฮือฮามาแล้วเมื่อปีก่อน คราวนี้มาเพื่อพูดคุยในเรื่อง “สมการความรัก” โดยได้ถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่ล้มเหลวอันเป็นประสบการณ์ตรงของตนเอง พร้อมทั้งเล่าถึงความทุกข์แสนสาหัสที่เกิดขึ้นและวิธีการจัดการกับความทุกข์นั้นได้อย่างสนุกสนานและน่าฟังทีเดียว
ซือเจ๊ไม่แน่ใจว่า คนที่ไม่เคยผ่านการปฏิบัติธรรมมาดูแล้วจะเข้าใจอารมณ์และอาการที่เขาพูดถึงหรือเปล่า แต่สำหรับคนที่เคยผ่านการปฏิบัติธรรมมา หรือเรียกง่ายๆว่าอยู่ในวงการเดียวกัน จะค่อนข้างเข้าใจดีว่าความรู้สึกเหล่านี้ มันเป็นอย่างไร ติดตรึงอยู่กับเราไปได้นานแค่ไหน นึกถึงเมื่อไหร่ก็เป็นสุขใจ เช่นคำพูดที่ว่า”จิตยิ้ม”มันเป็นความรู้สึกปลื้มปิติ ที่เป็นความสุขที่เกิดขึ้นจริงในเบื้องลึกของจิตใจเลย อันนี่แหล่ะที่เขาเรียกว่าความสุขที่แท้จริงในใจ เมื่อใดที่อารมณ์แบบนี้เกิดขึ้นถ้าจะขอพูดให้สะใจสามารถพูดได้เลยว่า “โคตรโล่ง” และถ้าใครไปปฏิบัติธรรมแล้วมีโอกาสเข้าถึงสภาวะอารมณ์นี้ได้ แม้เพียงเสี้ยววินาทีก็ถือว่ามีค่าที่สุดแล้วที่ได้พบเจอสภาวะอารมณ์แบบนี้ แต่ก็อย่างว่านะมันเกิดได้ไม่นานแล้วมันก็จากไปอยู่ดีเราจึงมีสิทธิ์ทำได้เพียงแค่ ตามรู้ ตามดูสภาวะนี้ที่เราพึงใจได้เพียงเท่านั้น ไม่สามารถไปบังคับให้มันอยู่กับเราได้นานๆ หรือขอให้มันเกิดขึ้นได้บ่อยๆ และโปรดสังเกตคำว่า พึงใจ อันนี้แหล่ะอันตรายอย่าไปปรุงแต่งหรือยินดียินร้ายกับมันมากให้วางตัวเป็นอุเบกขา ตามดู ตามรู้ให้ได้ก็พอ ตอนนี้ซือเจ๊คงไม่ขอพูดว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” เพราะมันคงไม่เหมาะที่จะใช้คำนี้ เพราะไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้ใครเชื่อ และก็ไม่ได้โฆษณาชวนเชื่อแต่อย่างใด แต่บอกได้คำเดียวว่า”ต้องไปปฏิบัติเพื่อให้รู้ได้ด้วยตัวเอง”สักครั้งถ้าอยากให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณค่าและใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่ากับเวลาที่เหลืออยู่ซึ่งก็บอกไม่ได้ว่าแต่ละคนเหลือเวลาอีกเท่าไหร่จริงไหม?
ความทุกข์เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่ารวยหรือจน เงินทองก็ไม่สามารถดับทุกข์ที่เกิดในใจได้ ดังนั้นไม่ว่าใครเกิดมาก็มีทุกข์กันทั้งนั้น ใครที่ชอบบ่นว่าตัวเองเป็นทุกข์ มีแต่ทุกข์ ทำอะไรก็ทุกข์ ทำไมคนอื่นเขามีความสุขกัน ทำไมเราไม่มีบ้าง สารพัดคำถามที่ต่อว่าฟ้าดิน และโทษคนอื่น แต่ไม่เคยย้อนถามตัวเอง ย้อนดูตัวเอง เลยสักครั้งจึงไม่มีโอกาสได้รู้สักทีว่า แท้ที่จริงแล้ว ไอ้คนที่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์อยู่นั้นก็หาใช่คนอื่นไม่ [...]

Read Full Post »

หลังจากที่ลุ้นระทึกอยู่นานว่า ปีใหม่นี้ จะได้มีโอกาสไปร่วมงานสวดมนต์ข้ามปีและทำบุญปีใหม่ ที่เวฬุวันหรือเปล่า และแล้วก็ได้มีโอกาสไปสมดังที่ตั้งใจไว้ การเดินทางไปกลับก็สะดวกสบายโล่งกว่าที่คิด ทั้งๆที่ไม่ได้จองตั๋วเดินทางล่วงหน้าเอาไว้ ตอนแรกนึกว่าจะไม่ได้กลับเสียแล้ว เนื่องจากเช้าวันที่ 27 ธันวาคม ซือเจ๊โทรสอบถามเรื่องรถที่ศูยน์บริการนครชัยแอร์ แล้วพนักงานแจ้งว่า รถถูกจองเต็มทุกเที่ยวแล้ว ฟังแล้วอึ้งแม่เจ้าแล้วตูจากลับไงละเนียะ..พี่สาวก็เลยบอกให้ซือเจ๊เดินทางไปนั่งรอรถเสริมที่ศูนย์เลย มีแน่ๆเขาไม่ปล่อยให้ตกค้างหรอก ถ้ามานั่งโทรเช็คแบบนี้คงไม่ได้กลับ (ซวยแล้วโดนดุอีก) ซือเจ๊ก็เปลี่ยนแผนพร้อมกับทำใจว่าจะรอวันนี้วันเดียวถ้าไม่มีไม่กลับแล้วหล่ะยิ่งไม่ชอบรอคอยอะไรนานๆอยู่ด้วย มันเป็นการรอแบบไร้ความหวังมากๆฮ่าๆ..ซือเจ๊ไปถึงศูนย์ตอนบ่าย 2 ครึ่งนั่งรอประมาณ 2 ชั่วโมงเจ้าหน้าที่ก็ประกาศแจ้งว่ามีรถว่าง 2 ที่นั่งแล้วพนักงานก็กวักมือเรียกซือเจ๊ (พนักงานกลายเป็นนางกวักเสียแล้ว) ให้รีบมาซื้อตั๋วโดยด่วนเดี๋ยวจะไม่ทันเพราะมีที่ซื้อตั๋วหลายที่ต้องแย่งที่กันกับคนที่ซื้อที่หมอชิต  และแล้วเจ๊ก็ได้ขึ้นรถกลับขอนแก่นรอบ 18.00 น. เมื่อได้ตั๋วไปแล้วเราก็ต้องรีบจัดหาตั๋วกลับในทันที่ เลือกอยู่นานมันก็เต็มอีกแล้วทุกเที่ยว เจ้าหน้าที่แจ้งว่า มีว่างวันที่ 1 วันเดียวครับเป็นแบบ First Class ด้วยเจ๊ก็ไม่รอช้า รีบจองทันที ไม่งั้นอาจตกค้างได้ การเดินทางครั้งนี้ต้องขอขอบคุณพนักงานศูนย์บริการนครชัยแอร์เป็นอย่างมาก สำหรับความพยายามที่จะหาที่นั่งสักที่สำหรับซือเจ๊ตัวน้อยๆ อิอิ หลังกจากได้ตั๋วแล้วก็โล่งใจแล้วก็โทรแจ้งที่บ้านว่าจะกลับรอบนี้ถึงกี่โมงเค้าจะได้เตรียมตัวมารับได้ทันเวลา จากนั้นก็นั่งเล่นเน็ทระหว่างรอเวลาขึ้นรถ จนกระทั้งแบ๊ทโน๊ตบุ๊คหมด ก็ถึงเวลาขึ้นรถพอดี
หลังจากกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ตื่นเช้ามาก็มีอาหารเตรียมพร้อม ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของโปรดของซือเจ๊ทั้งนั้นเลย แล้วเจ๊จะช้าอยู่ใย..ฮ่าๆโซ๊ยซะน้ำหนักขึ้นทันตาเห็นเลย แม่เจ้าระยะเวลาไม่กี่วัน ไม่คิดว่าจะทำให้เจ๊อีดได้ขนาดนี้ (อันนี้ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ [...]

Read Full Post »

ปีๆหนึ่งช่างผ่านพ้นไปรวดเร็วเสียจริงๆ ตอนนี้หมายกำหนดการโครงการ “แสงธรรมนำชีวิต ” หรือในปี 2552 นี้จะเปลี่ยนมาใช้ชื่อโครงการว่า “ใต้ร่มพุทธธรรม” แทน
โครงการนี้จะจัดขึ้นในเดือนเมษายนของทุกปี ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ. ขอนแก่น ที่ซือเจ๊ได้มีโอกาสเข้าร่วมเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พอดีเมื่อสองวันก่อนได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ของทางศูนย์ ก็เลยถือโอกาสนี้เข้ามาแจ้งข่าวคราว เผื่อจะมีคนสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรมที่จะถึงนี้ด้วย เนื่องจากโครงการนี้ใช้เวลารวมๆแล้ว 8 วันหากใครจะเข้าร่วมคงต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้าให้ดีๆโดยเฉพาะเรื่องของการลาพักร้อน เรื่องการเดินทาง ทั้งขาไปและขากลับไว้ให้อย่างรัดกุมที่สุด ส่วนซือเจ๊โครงการนี้ก็ไม่ยอมพลาดแน่นอน ซือเจ๊จะเป็นเด็กล่าแต้ม (แต้มในที่นี้คือ การสะสมอริยทรัพย์) สำหรับใครที่จะไปร่วมงานคงได้มีโอกาสเจอกันที่วัด  ถ้าเจอกันที่โน้นก็อย่าลืมทักทายกันบ้างนะคะ
มาดูภาพบรรยากาศรวมๆของศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน จ. ขอนแก่นเพื่อเรียกน้ำย่อยกันก่อนดีกว่าร่มรื่นและสงบแค่ไหน

ตอนนี้มาดูรายชื่อโครงการและช่วงเวลาที่จะจัดงานสำหรับเดือนเมษายน 2552 กันดีกว่า ใครสนใจโครงการไหนลองติดตามข่าวสารที่เว็บไซต์ของทางศูนย์หรือโทรติดต่อสอบถามโดยตรงกับทางศูนย์ได้ที่เว็บไซต์นี้ http://www.dhamma4yuth.org/  แต่ที่แน่ๆโครงการ “ใต้ร่มพระพุทธธรรม” น่าจะเริ่มเปิดรับสมัครในวันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไปยังไงก็ลองติดตามข่าวคราวกันอีกทีแล้วกันนะคะ
 

  ๑.สำหรับผู้ใหญ่ อายุ ๒๐ ปีขึ้นไป”ใต้ร่มพุทธธรรม” (๔-๑๑ เม.ย.๒๕๕๒)
  ๒.สำหรับเยาวชน อายุ ๑๖-๒๐ ปี “แก่นเพชร” (๑๙-๒๘ เม.ย. [...]

Read Full Post »

เรื่องที่เก่ากว่า