Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘ประสบการณ์การเรียน’

(ต่อจากตอนที่แล้ว)ซือเจ๊ซึมไปหลายวัน(เป็นไงหล่ะเด็กๆก็ทุกข์เป็นนะใครบอกว่าเด็กไร้สาระ)จนกระทั่งวันหนึ่งมีรถขายหนังสือมาขายที่โรงเรียน เด็กๆก็ไปมุงดูหนังสือกันด้วยความสนใจซือเจ๊ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน เพราะสงสัยว่าเขามุงดูอะไรกัน(ไปมุงกะเค้าด้วย)จากนั้นก็มองไปเห็นหนังสือเล่มเล็กๆเล่มหนึ่งมีชื่อว่า“เคล็ดลับเรียนดีเรียนเก่ง” โอว์วว..สวรรค์เปิดทางให้ซือเจ๊แล้ว จากนั้นก็รีบควักเงินในกระเป๋าซื้อหนังสือเล่มแรกในชีวิตทันทีราคา 20 บาทเล่มเล็กๆพกง่าย (เป็นเล่มแรกที่ไม่ใช่หนังสือเรียนเพราะหนังสือเรียนมันเล่มใหญ่มากหนักเลยเอาไว้ที่โรงเรียนหมดจึงไม่เคยได้อ่านหนังสือเลยฮ่าๆ) จากนั้นก็เก็บไว้อย่างมิดชิดไม่ให้ใครเห็นว่าเราซื้อหนังสือแนวนี้มาอ่าน (อายเค้า) วันนั้นอยากให้โรงเรียนเลิกเร็วๆ เพราะอยากกลับไปอ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบ พอเลิกเรียน ซือเจ๊ก็รีบกลับบ้าน พอกลับบ้านก็ไม่คุยกับใครเดินตรงไปนั่งที่แปลหลังบ้านแล้วก็นั่งอ่านหนังสือเล่มนี้จนจบใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก็อ่านจบ ในหนังสือเล่มนั้นเขาจะบอกวิธีการเตรียมตัวก่อนไปเรียน ตอนเรียนในห้องเรียนและหลังจากเรียนเสร็จ รวมทั้งเทคนิคการเรียนต่างๆ ไว้หมดเช่น ก่อนไปเรียนต้องอ่านหนังสือไปเรียนก่อนล่วงหน้า และหลังจากเรียนเสร็จต้อง มาทบทวนเนื้อหาในบทเรียน แล้วเค้าก็แนะนำให้ทำเป็นตารางไว้เลยว่า วันๆหนึ่งต้องอ่านอะไรบ้าง รวมทั้งสอนให้อ่านหนังสือนอกเวลาที่เราสนใจด้วยเพื่อเป็นการผ่อนคลาย อย่าบ่อยเวลาให้ว่างโดยใช่เหตุ สอนให้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ที่สุด จากนั้นซือเจ๊ก็ถึงบางอ้อและเริ่มสำรวจตัวเองว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ซือเจ๊สอบตกในครั้งนี้
อย่างแรกเลย ซือเจ๊ไม่เคยอ่านหนังสือก่อนไปเรียนเลย เนื่องจากไม่ยอมหอบหนังสือกลับมาบ้านด้วยเพราะมันหนัก ยกเว้นวันที่มีการบ้าน พอทำการบ้านเสร็จก็ถือว่าไม่มีภาระแล้ว ก็หยุดไว้แค่นั้น ไม่คิดจะหยิบหนังสือมาอ่าน แล้วสงสัยกันไหมว่าทำไมซือเจ๊ทำการบ้านได้และสามารถสอบได้โดยที่ไม่เคยอ่านหนังสือเลยสักครั้งในชีวิตการเรียน คำตอบคือ อาศัยการตั้งใจเรียนในห้องและทำความเข้าใจในห้องจนถี่ถ้วนถ้าไม่เข้าใจก็จะสอบถามทันทีและถ้าวันไหนมีการบ้านไม่เยอะก็ทำให้เสร็จในตอนนั้นเลยเพราะกลับบ้านเดี๋ยวลืมทำ นี่คือคำตอบว่าทำไมพอไม่ได้เข้าเรียนแล้วซือเจ๊ถึงสอบได้ตั้งที่ 11 ของห้องเพราะซือเจ๊ไม่ได้เข้าเรียนนี่เองพอไม่ได้เข้าแรียนบวกกับการไม่ยอมอ่านหนังสืออีกยิ่งแย่ไปกันใหญ่เลย อีกสาเหตุหนึ่งคงเป็นเพราะเดินสายแข่งขันกีฬาแข่งเสร็จกลับมาก็เหนื่อย แล้วช่วงนั้นติดเกมส์กดด้วย อิอิ แต่ผลของกีฬาก็ออกมาดีนะ ได้อันดับที่สองของกลุ่มสร้างชื่อให้โรงเรียนได้ดีทีเดียว พอหมดฤดูแข่งขัน ประกอบกับเป็นเทอมสุดท้ายที่จะจบ ป 6 และซือเจ๊รู้แล้วว่า การจะเรียนให้ได้ดีต้องทำอย่างไร การอ่านหนังสือทำให้ซือเจ๊เข้าใจอะไรหลายๆอย่าง ที่อาจารย์ไม่ได้สอน จากนั้นมาซือเจ๊ก็อ่านหนังสือก่อนไปเรียน [...]

Read Full Post »

มีโอกาสได้เขียนเรื่องนี้สักทีหลังจากที่คิดไว้มานานแล้วว่าอยากจะเขียนเล่าเรื่องราวพลิกชีวิตราวกับมีปาฏิหาริย์ ประกอบกับวันนี้ได้ดูข่าวเรื่องการกระตุ้นให้เด็กรักการอ่านตั้งแต่เด็กๆโดยความพยายามของกุมารแพทย์ของสหรัฐอเมริกา พยายาล และผู้ปกครองของเด็ก เนื่องจากผลการวิจัยพบว่าการอ่านจะทำให้เด็กมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตได้มากกว่าเด็กที่ไม่อ่านหนังสือ อันนี้ซือเจ๊คนหนึ่งแหล่ะสนับสนุนแนวคิดนี้ เพราะเจอมากับตัวเองเช่นกันย้อนมาดูที่ไทยเราบ้าง เด็กและเยาวชนของไทยมีผลการวิจัยออกมาว่าอ่านหนังสือน้อยมากวันๆหนึ่งอ่านไม่เกิน 4 บรรดทัดฟังแล้วก็น่าคิดว่าเกิดอะไรขึ้น
หรือพวกเขาไม่ว่างเพราะมัวแต่ไปปาหิน,ล่าแต้ม,เสพยา,ส่งโพยพนันบอล,เล่นเกมส์,เดินห้างและอีกไม่นานคงมีข่าวเล่นหวยออนไลน์ด้วยไม่งั้นอาจตกเทรนได้
เมื่อตอนเด็กๆสมัยเรียนประถม ซือเจ๊เป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ และไม่รู้จักคำว่าอ่านหนังสือเลยด้วยซ้ำ แล้วก็ไม่เคยอ่านหนังสือเลย แต่ก็ไม่เคยสอบตกตอนซือเจ๊เรียนป 1 ซือเจ๊เรียนที่ต่างจังหวัดเพราะไปอยู่กับยายและพี่ๆที่นั่นเลิกเรียนมาก็เล่นซนตามประสาเด็กๆพอสิ้นแสงอาทิตย์และทำกิจวัตรประจำวันเสร็จเด็กๆทุกคนซึ่งเป็นรุ่นราวคราวเดียวกันและพี่ๆที่เป็นญาติกัน ก็จะมารวมตัวกันทำการบ้าน พี่ก็สอนการบ้านน้องๆไปตามประสาเป็นบรรยากาศที่สนุกสนานมากเพราะจะมีการวัดความฉลาดของน้องๆแต่ละคน ว่าใครเก่งอะไร ไม่เก่งอะไร โดยพี่ๆเขาจะเป็นคนคิดเกมส์ให้เล่น และตั้งโจทย์ง่ายๆให้คิดแข่งกันว่าใครจะตอบถูกบ้างถ้าตอบไม่ถูกก็จะมีการสอนและแลกเปลี่ยนวิธีคิดให้แก่กันและกันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แล้วก็มีหลายๆวิชาด้วยเช่น เลขคณิตคิดเร็ว , ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ เป็นต้น
สมัยเรียนป 1 ซือเจ๊จะสอบได้ลำดับที่ประมาณ 2 หรือ 3 ไม่เกินนี้แต่ไม่เคยขึ้นเป็นที่หนึ่งเลย เพราะเพื่อนจะเก่งกว่าและใส่ใจกว่า ขยันกว่าเยอะ ซือเจ๊ชอบทำงานไม่ชอบเรียนใส่ใจน้อยกว่าเลยได้มาแค่นี้แหล่ะ หลังจากนั้นไม่นานก็เรียนจบป. 1 จึงย้ายมาอยู่กับพ่อแม่เหมือนเดิมและถูกส่งเข้าโรงเรียนประจำอำเภอ จัดว่าในเมืองกว่าที่เคยเรียนมาว่างั้นเหอะการเข้ามาเรียนที่นี่ก็ใช้เวลาปรับตัวอยู่นานเรียนได้ไม่นานก็สอบ ผลสอบออกมาปรากฏว่าซือเจ๊ได้ที่ 1 ของห้องอันเป็นเหตุให้เพื่อนคนที่เคยเป็นที่ 1 มาตลอดถึงกับเครียด เพราะปกติเขาจะได้ที่ 1 และน้องของเขาซึ่งเป็นแฝดกันจะได้ที่ 2 และมีที่ 3 เป็นเพื่อนอีกคนและเป็นขาประจำว่าต้องได้ลำดับตามนี้ในทุกๆเทอมไม่มีใครโค่นเขาได้เลย ตัวซือเจ๊เองก็งงกับตัวเองว่าทำไมได้เยอะจัง (แสดงว่าโรงเรียนบ้านนอกก็มีดีเหมือนกัน) [...]

Read Full Post »