Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘เรื่องน่าคิด’

NINE WORDS WOMEN USE!!

วันนี้ได้รับ E-mail ฉบับหนึ่งจากเพื่อน อ่านแล้วถึงกลับขำไม่ออกกันเลยทีเดียว มันเป็นความรู้สึกอึ้งมากกว่า ในฐานะผู้หญิงคนหนึงขอ Confirm ว่าข้อความด้านล่างที่จะได้อ่านต่อไปนี้ “เป็นจริงทุกประการ” อย่างไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้ ฮ่าๆ…
NINE WORDS WOMEN USE – เก้าคำกำกวมของผู้หญิง
(1) ดี , โอเค : คำนี้ผู้หญิงใช้ปิดการโต้เถียงตอนที่เธอมั่นใจว่าเป็นฝ่ายถูก และคุณต้องหุบปากซะ
(2) ห้านาทีนะ : ถ้าหล่อนกำลังแต่งตัว นี่จะหมายถึงชั่วโมงครึ่ง แต่ห้านาทีก็คือห้านาทีถ้าเธอเพิ่งยอมให้คุณดูบอลต่ออีกห้านาทีแล้วค่อยไปช่วยเธอทำงานบ้าน
(3) ไม่มีไร : นี่คือความสงบก่อนพายุจะเข้า มันแปลว่า”มีอะไร”แน่ ๆ ขอให้เตรียมตัวได้เลย การโต้เถียงที่เริ่มด้วย “ไม่มีไร” มักจะไปจบลงที่ “ดี , โอเค”
(4) ก็เอาดิ , เอาเลย : นี่เป็นคำท้า ไม่ใช่คำอนุญาต อย่าทะลึ่งทำเป็นอันขาด!
(5) ทำเสียง ชิ , ฮึ , จึ๊ ฯลฯ ออกมาดัง ๆ [...]

Read Full Post »

เมื่อวานนี้ตั้งท่าจะเข้านอนแต่หัวค่ำ..ไปๆมาๆเที่ยงคืนยังไม่ได้นอนเลยเนื่องจากว่า บังเอิญเปิดไปเจอหนังเรื่อง ข้างหลังภาพ เวอร์ชั่นที่ นพพร (ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ) และ กีรติ (คารา พลสิทธิ์) แสดงทางไทยทีวี เลยนั่งดูจนจบ รู้สึกว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่สองสำหรับการดูหนังเรื่องนี้ปกติจะไม่ค่อยดูหนังสองรอบเท่าไหร่ ครั้งแรกที่ดูก็ประทับใจเนื้อเรื่องและสงสารคุณหญิงกีรติมากถ้าใครเจอแบบนี้คงเศร้าน่าดูเลย มีพร้อมทุกอย่างแต่ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตพร้อมสรรพอย่างที่คิด
ตอนแรกดูเรื่องนี้รู้สึกไม่เข้าใจการกระทำของนพพรเท่าไหร่ ตกลงเค้ารักกีรติหรือเปล่า ปากก็บอกว่ารักแต่พอพ่อหาสาวให้ก็ตกลงแต่งด้วยทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้รักไม่ได้ชอบ พร้อมให้เหตุผลว่า “กระผมคิดว่าเราคงรักกันได้หลังจากแต่งงานกันแล้ว” อืมมอันนี้น่าคิด…ซือเจ๊ได้ยินการตอบครั้งแรกก็สงสัยเหมือนที่คุณหญิงกีรติสงสัยคือ การที่คนเราจะแต่งงานกับใคร จะใช้ชีวิตร่วมกันกับใครสักคนทั้งชีวิตมันไม่ต้องมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องก็สามารถแต่งกันได้หรือนี่
แต่พอมาวิเคราะห์ดูตอนโตแล้วก็เข้าใจอะไรมากขึ้นว่าบางครั้งในโลกของความเป็นจริง การใช้ชีวิตคู่ของคนที่ถูกคลุมถุงชนหรือยอมแต่งงานเพราะผู้ใหญ่หาให้  บางคู่ก็ไปกันได้สวยอยู่กันจนแก่เท่า แถมลูกดกอีกต่างหาก แต่บางคู่ก็ไปกันไม่รอด แต่ส่วนใหญ่กรณีแบบนี้จะอยู่กันยืดนะ รู้สึกว่าเค้าอดทนกว่าคู่รักธรรมดา เค้าให้เกียรติกันมากกว่าคู่รักธรรมดา และเค้าสามารถอยู่ด้วยกันได้นานกว่าคนที่มีความรักเป็นหลักเสียอีก การหย่ามีน้อยมาก ผิดกับคู่ที่แต่งกันเพราะเอาความรักนำหน้าก็มี คนที่รักกันแต่งงานกันไปแล้วบางคนบอกว่า เข้ากันไม่ได้ความคิดเห็นไม่ตรงกัน เพราะอะไร เพราะต่างเอาความรักนำไง มันจึงเกิดการเรียกร้อง และคาดหวังต่อกันอย่างมาก เมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังจึงเกิดเหตุการแยกกันอยู่ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน เอาเหตุผลของตัวเองเป็นใหญ่ แต่ลองไปสังเกตคนที่แต่งกันโดยไม่ได้เรียนรู้กันมาก่อนสิ เค้าสามารถปรับตัวเข้ากับอีกคนได้เป็นอย่างดี แม้บางเรื่องจะไม่ชอบใจแต่ก็อดทน และพยายามจะเข้าใจและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน มากกว่าคู่รักแบบอื่นๆสุดท้ายแล้ว เค้าก็รักกันได้ยั่งยืนและมีความสุขดีก็มีหลายคู่เท่าที่ดูมา ซึ่งเป็นอะไรที่น่าแปลกมาก แต่ถ้าเจ๊เลือกได้ก็ขอเลือกที่ทั้งคู่ต่างก็รักกันและเข้าใจกันมากกว่า ไม่ค่อยชอบวิธีคลุมถุงชนเท่าไหร่ มันดูจำใจยอมและดูหาเองไม่ได้ยังไงไม่รู้ ท่าทางจะทำใจลำบากน่าดูเลย
มาต่อเรื่องหนังดีกว่าการดูรอบสองเข้าใจความรู้สึกของนพพรมากขึ้นว่าผู้ชายเค้าคิดเห็นอย่างไร เนื่องจากคุณบอยถกลเกียรติ [...]

Read Full Post »

เมื่อวานหลังเลิกงานประมาณซัก 6 โมงเย็นซือเจ๊ไปทำธุระที่ Centralworld โดยนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สยามจากนั้นก็เดินลัดเลาะไปตามทางเชื่อมระหว่างสถานีสยามกับห้าง Centralworld ผู้คนพลุกพล่านใช้ได้เลย ขณะที่เดินเบียดเสียดผู้คนไปตามทางก็ได้ยินเสียเบรคดังขึ้นสักพักก็มองลงไปยังถนนเบื้องล่างเห็นรถเบนซ์สีดำคันงามที่พึ่งเลี้ยวออกมาจากสยามพาราก้อน มีสภาพไม่สามารถควบคุมวิถีโค้งของรถเพื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนอีกเส้นหนึ่งได้เนื่องจากล้อหน้าทั้งสองข้างไม่สามัคคีกันล้อหน้าด้านซ้ายอยู่ในสภาพตรงแต่ล้อหน้าด้านขวาของคนขับล้อรถมีสภาพ บิดเบี้ยวและควบคุมไม่ได้ ทำให้รถไม่สามารถเลี้ยวเข้าสู่ถนนได้แต่ดันมุ่งหน้าเข้าชนฟุตบาตเบื้องหน้าและถล่ำขึ้นไปจอดสนิทบนนั้น ท่ามกลางความมึงงงของผู้คนแถวนั้นว่าเกิดอะไรขึ้น สักพักหนึ่งก็มีชายหนุมรูปงานแต่งตัวดีเดินลงมาจากรถจากนั้นตำรวจที่อยู่แถวๆนั้นก็เดินมาที่รถเพื่อมาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าให้ซือเจ๊เดาคาดว่าไม่ได้เกิดจากการขับรถโดยขาดสติแต่เกิดจาก ความผิดปกติของรถมากว่าเพราะอยู่ดีมันก็ไม่ทำงานตามคำสั่งสั่งให้เลี้ยวล้อหนึ่งจะไปตรง อีกหล้อหนึ่งจะเลี้ยว คันเร่งก็ค้าง ส่วนคนขับก็พยายามเหยียบเบรคจนยางเหม็นไหม้กันเลยดีเดียว โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร คนอื่นๆอาจะมองดูเรื่องนี้ด้วยความตื่นเต้นพอรู้ว่าไม่มีใครเป็นอะไรก็เลิกสนใจไป แต่สำหรับซือเจ๊มองดูพร้อมกับความรู้สึกปลงกับชีวิตว่า ความตายมันอยู่กับมนุษย์ทุกขณะจริงๆรถราคาหลายล้านที่ทุกคนเชื่อมั่นในสักยภาพของมันหนักหนาสุดท้ายบทมันจะพังมันก็ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรให้คนขับรู้ล่วงหน้าได้เลย ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนจริงๆ จากสภาพแวดล้อมโดยรอบที่สังเกตเห็นอดคิดไม่ได้เลยจริงๆ ขอแบ่งเป็นจุดที่เห็นเด่นชัดที่สุด 3 จุดที่มีโอกาสเสี่ยงกับเรื่องนี้ ดังนี้
จุดแรก : กลุ่มคนที่อยู่บนสะพานลอยอย่างซือเจ๊ ถ้าเกิดว่ารถคันนั้นมันชนแล้วเกิดระเบิดขึ้นมาซือเจ๊จะวิ่งไปทางไหนดีแล้วเจ๊จะรอดไหมเนียะ? จะเห็นว่าคนกลุ่มนี้เดินมาบนสะพานลอยอันปลอดภัยจากรถก็ยังเสี่ยงกับความตายได้อยู่
จุดที่สอง : ถ้ารถคันนั้น มันตีโค้งไกลกว่านี้อีกครึ่งเมตรรถมอเตอร์ไซด์และรถอีกหลายๆคันซึ่งจอดติดกันยาวมากเพื่อรอสัญญาณไฟแดงอยู่อย่างจดจ่อ ซือเจ๊มองคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรกลุ้นละทึกมากว่าขอรถอย่าเลยไปชนพวกเขาเลยนะ เนื่องจากซือเจ๊เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นและถ้าเกิดมันชนคนกลุ่มนั้นจริงๆคงมีคนเจ็บและตายเยอะมาก แต่ก็คงน้อยกว่า ในกรณีที่มันชนแล้วเกิดระเบิดด้วย เพราะเดี๋ยวนี้ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงในการขับรถ โอกาสแก๊สรั่วติดประกายไฟมีสูง จะเห็นว่าคนกลุ่มนี้ทำตามกฏจราจร โดยจอดรอไฟแดงเฉยๆก็ยังอยู่ใกล้ความตายได้เช่นกัน อันนี้อยากฝากเตือนคนที่ชอบทิ้งก้นบุหรี่ลงบนท้องถนนเวลารถจอดรอไฟแดงด้วยนะ ว่าอันตรายมากๆทุกวันนี้ใช้แก๊สกันหมดแล้วไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก
จุดที่สาม : คนที่เดินบนฟุตบาตที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเดินโดยไม่ได้สนใจมองอะไรด้านข้างเลย ถ้ารถคันนี้พุ่งชนพวกเขาจะเกิดอะไรขึ้น เดินเฉยๆก็อาจตายได้ คนจะซวยช่วยไม่ได้จริงๆ เคยได้ยินข่าวเมื่อเร็วๆนี้ว่านั่งรอรถเมย์ที่ป้ายก็โดนรถชนตายก็มี
นี่คือสิ่งที่คิดและรู้สึกได้ จากการเห็นเหตุการณ์เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เกิดขึ้น จงอย่าตั้งอยู่บนความประมาท ชีวิตคนเรามันสั้นเกินจะกะเกณฑ์อะไรได้เร่งทำความดี… [...]

Read Full Post »

วันนี้มีโอกาสได้อ่าน forward mail หนึ่งยาวทีเดียวแต่โดนใจสุดๆมันทำให้เชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆได้ดีมากขึ้น มีคนเคยบอกว่าในช่วงชีวิตหนึ่ง “การที่คนเราจะได้พบได้เจอใครสักคน ได้ผูกพันกับใครสักคน มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ถ้าหากมีวาสนาต่อกันก็มักจะได้มาทำความรู้จักและพบเจอกันในที่สุด ไม่จำเป็นต้องเรียกร้อง เมื่อถึงเวลานั้นมันจะมาของมันเอง และเมื่อเวลาของมันหมดสิ้นลง ทุกคนก็จำเป็นต้องจากกันไป ไม่มีอะไรหยุดยั้งมันได้ ” สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจจากข้อความข้างต้นคือ ทุกอย่างมีช่วงเวลาเป็นตัวกำหนดจริงๆ ไม่มีอะไรจีรังยั้งยืนเอาเสียเลย ข้อความข้างต้นถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ มีพบ ก็ต้องมีพรากจากกันเป็นธรรมดา ซือเจ๊อยากให้ทุกคนลองอ่านข้อความใน email นี้ดูสักหน่อย ตอนแรกที่เห็น ด้วยความที่มันยาวก็เกือบจะลบทิ้งไปเหมือนกันคิดว่าคงไร้สาระกระมัง แต่พอได้อ่านแล้วอืมม! น่าคิดแฮะ ไม่แน่ใจว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเชื่อถือได้หรือเปล่านะ แต่มีหลายๆเรื่องที่ได้เคยรับฟังมา พอนำมาเชื่อมโยงกันแล้วก็ทำให้เห็นภาพอะไรได้หลายๆอย่างเลย ลองอ่านดูก่อนนะ จบแล้วเรามาคุยกันต่อถ้าไม่ขี้เกียจอ่านกันไปก่อนอาจค้นพบอะไรบางอย่างในข้อความนี้ก็ได้นะ… 
” มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกะทันหัน โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด เมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้งงงและเสียใจมาก ร้องไห้ไม่กินไม่นอน ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น   มีหลวงตาแก่ๆผ่านมา เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน แล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประตู เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่าเป็นพระจึงบอกว่าไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า [...]

Read Full Post »

สืบเนื่องจากวันนี้ได้ดูข่าวเรื่อง สำนักงานเขตต่างๆเตรียมความพร้อมรับมือคู่รักที่จะแห่กันไปจดทะเบียนในวันแห่งความรักโดยจัดให้มีบริการจดทะเบียนนอกสถานที่และสำนักงานเขตยอดนิยมก็คงหนีไม่พ้นบางรักอย่างแน่นอน ฟังข่าวไปก็นึกสงสัยขึ้นมาว่า เอ..ทำไมเค้าถึงให้ความสำคัญกับวันนี้กันจังและทำไมถึงคิดว่าการจดทะเบียนในวันแห่งความรักมันจะช่วยให้ชีวิตคู่ของพวกเค้าราบรื่นนะ จากนั้นก็สงสัยต่อไปอีกว่ามันมีคู่รักคู่ไหนที่จดทะเบียนในวันแห่งความรักแล้วเลิกกันบ้างหรือเปล่าหรือว่าอยู่กันยืดจริงๆ ก็เลยลองค้นข้อมูลดูปรากฏว่าไปพบข้อมูลสถิติการจดทะเบียนสมรสและการหย่าร้าง” ของกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในปี 2549 มาพบว่าคนที่จดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์มีทั้งหมด 2,894 คู่แล้วก็มีการหย่าร้าง 51 คู่ส่วนข้อมูลการจดทะเบียนสมรสตลอดทั้งปี 2549 สมรส 48,099 คู่ และ หย่าร้าง  15,625 คู่ข้อมูลเหล่านี้ถือว่าเยอะหรือไม่นะ นี่แค่ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในทางนิตินัย ส่วนอีกหลายๆคู่ที่ตรวจสอบไม่ได้แต่หย่าร้างกันในทางพฤตินัยอีกเยอะแยะแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี…..แต่ก็ช่างเถอะประเด็นมันอยู่ที่ว่า….
ซือเจ๊คนหนึ่งแหล่ะเชื่อว่าการจดทะเบียนในวันแห่งความรักไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย การแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคนจะรุ่งโรจน์หรือรุ่งริ่งสาเหตุหลักก็คงต้องขึ้นอยู่กับคนทั้งสองคนนั้นแหล่ะที่จะเป็นคนกำหนดได้  พร้อมแค่ไหน? อดทนแค่ไหน? เข้าใจกันแค่ไหน? อภัยให้กันได้แค่ไหน? ให้เกียรติกันได้แค่ไหน? และอีกหลายอย่าง ตอนรักกันอยากจะแต่งงานกันเอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่ มองอะไรดีไปหมด ข้อเสียไม่เคยค้นเจอใคร เตือนก็ไม่ฟัง “เรารักกันมาก ไม่เคยคิดว่าจะรักใครได้มากเท่านี้ เค้าคือคนที่ใช่ เราเกิดมาเพื่อกันและกัน” ยังไงก็จะแต่งให้ได้ พอตอนหมดรักตอนจะหาเรื่องเลิกราหลายๆเหตุผลก็ถูกขุดขึ้นมาอ้างอีกเช่นเคยใครห้ามก็ไม่ฟังอยู่ดีแม้แต่คนที่ตัวเองเคยบอกว่ารักมากที่สุด จะอดทนเพื่อเค้าเพราะรักเค้า หรือแม้จะมีลูกแล้วก็ไม่สน ใครจะมองยังไงก็ช่างมัน ยังไงก็ต้องหย่าต้องเลิกให้ได้จริงไหม การใช้ชีวิตคู่ มันคงไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัว ต่อให้มีฤกษ์งามยามดีแค่ไหนก็ยังช่วยไม่ได้อยู่ดี ล่าสุดมีข่าวดาราสาวหย่ากับสามีอีกแล้ว ด้วยเหตุผลที่แปลกทีเดียว “เพราะรักถึงต้องเลิก” เป็นไงหล่ะอย่างนี้ก็มีด้วยแต่ดูจากคำให้สัมภาษณ์ก็น่าสงสารทีเดียวดูท่าทางจะอึดอัดเพราะรักจริงๆ ส่วนอีกคู่ที่ลุ้นอยู่ว่าเมื่อไหร่จะกลับมาคืนดีกันได้เพราะดูแล้วเหตุผลฟังไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ อ้างแค่ว่า life [...]

Read Full Post »

ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเขียนเล่าเรื่องราวอะไรให้อ่านสักเท่าไหร่โดยเฉพาะเรื่องวิชาการที่อยากเขียน คงต้องอดใจรอกันต่อไปหวังว่าสักวันคงได้ทำตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้ แต่วันนี้ไปเจอเมลล์ฟอร์เวิร์ดอันหนึ่งอ่านแล้วเหมือนจะรู้สึกดี รู้สึกว่าแปลกแต่ไปๆมาๆกลับรู้สึกขัดแย้งและรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเลย มันเป็นเรื่องราวของสามีภรรยาคู่หนึ่ง บังเอิญว่าช่วงนี้มีแต่ข่าวคราวงานแต่งให้ไปร่วมอยู่หลายๆงานอย่างวันที่ 26 มกราคม นี้ก็อีกหนึ่งงานที่ยังไม่แน่ใจว่าจะว่างไปร่วมงานหรือเปล่าหวังว่าจะมีโอกาสได้ไปร่วมงานของอาเฮียสุดหล่อนะคะ ได้เวลาสละโสดกะเค้าซักที ช่วงนี้สงสัยคนจะอินเลิฟกันเยอะเป็นเพราะฤดูกาลหรือเปล่า?อย่าพึ่งคิดลึกไม่ใช่ฤดูผสมพันธุ์นะ ซือเจ๊หมายถึงบรรยากาศมันโรแมนติกช่วงฤดูหนาวแต่ไม่ยักกะหนาว หนาวๆหยุดๆดูเอ๋อๆไม่ค่อยเข้าใจตัวเองยังไงไม่รู้เหมือนยังลังเลยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะหนาวหรือร้อน อิอิขนาดอากาศยังสับสนในตัวมันเองเลย…อยากให้ลองอ่านเรื่องราวต่อไปนี้ อยากรู้ความคิดเห็นของทุกคนว่ารู้สึกอย่างไร หรือคิดยังไงกับเรื่องนี้
เนื้อความว่า
ผมในฐานะผู้ชายไทยคนหนึ่งที่รักภรรยามากๆ อยากจะเล่าเรื่องตัวเองกับภรรยาให้ฟังบ้างครับ ภรรยาผมตั้งแต่คบมา 12 ปีนั้น ไม่เคย:

งานบ้านใดๆเลย ไม่ชอบและไม่ทำ มีบ้างนานๆครั้ง นับครั้งได้

ไม่ทำอาหารให้ทานเลย

ไม่ชอบเลี้ยงสัตว์ในบ้าน ผมรักหมามาก แต่ เมียไม่ให้เลี้ยงก็ไม่เลี้ยง (วุ้ย) เมียกะหมานะ เลือกหมา เอ้ย เมียอยู่แล้ว

ไม่เคยพูดคำหวานหรือ ให้การด์ในวันสำคัญ ผมต่างหาก ชอบ เค้าทุกครั้ง (มีบ้างที่เค้าให้การด์คือ ผมทวง)

รายได้ผม เดือนเป็นแสนๆ เค้าเก็บบริหารในบ้านหมด ผมได้ใช้อาทิตย์ละ 1500 บาทครับ น้อยกว่าเด็กจบใหม่อีก

ขี้บ่นมากๆๆ บ่นทุกเรื่องที่บ่นได้

ไม่ชอบแต่งตัว ไม่เคยแต่งหน้าไปทำงานในชีวิต

ไม่ค่อยเปิดมือถือ จนเพื่อนเค้ารำคาญกันไปหมดแล้ว

ไม่ชอบเดินห้าง ไม่ชอบของทันสมัย ซึ่งตรงข้ามกับผม

แต่ผมรักเธอมากยิ่งกว่าชีวิตผม ผมตายแทนเมียได้ทุกเมื่อ เงินประกันชีวิตเป็นชื่อเธอคนเดียว [...]

Read Full Post »