ได้ยินมาก็นานสำหรับประโยคกินใจประโยคนี้ :
แม้ไม่อาจเทียบหนึ่งในล้าน ลูกขอตั้งปณิธานสานสิ่งที่พ่อสร้างไว้
จะขอเดินตามรอยเท้าพ่อไป เหนื่อยยากเพียงไหนไม่ทำให้พ่อผิดหวัง
แต่ไม่เคยได้ฟังแบบเต็มเพลงสักที วันนี้ดูรายการตลาดสดสนามเป้า เห็นคุณลุงคนหนึ่ง ทำดีเพื่อพ่อ แล้วได้มีโอกาสเข้าเฝ้าด้วย ดูเค้าตื้นตันและภาพภูมิใจมาก แล้วรายการก็เปิดเพลงนี้บิัวอารมณ์อีก ใครได้ฟังก็อดเคลิ้มและอินไปกับเนื้อเพลงนี้ไม่ได้แน่ๆ ซือเจ๊ละคนหนึ่ง วันนี้เลยใช้เนื้อเพลงประโยคนี้ไปลองค้นหาดูว่า ตกลงมันชื่อเพลงอะไรและแล้วก็ได้มา ลองไปฟังดูนะ ฟังแล้วรู้สึกดี
เพลง เดินตามพ่อ
ช/ญ : แม้ไม่อาจเทียบหนึ่งในล้าน ลูกขอตั้งปณิธาน(ญ: ตั้งปณิธาน)สานสิ่งที่พ่อสร้างไว้
จะขอเดินตามรอยเท้าพ่อไป เหนื่อยยากเพียงไหน ไม่ทำให้พ่อผิดหวัง…
ญ. : กี่ล้านหยาดเหงื่อที่พ่อหลังเพื่อคนไทย กี่แสนนาทีล่วงไปที่พ่อเหนื่อยยากตรากตรำ
ช. : ฝ่าลมฝนพ่อทนสู้ทำ อาบเหงื่อต่างน้ำ นำทางเพื่อลูกเรื่อยมา
ญ. : พ่อเป็นมากกว่าพ่อคนไหน พ่อเป็นหนึ่งในใจตลอดเวลา
ช. : เป็นภาพจำ งดงามอยู่ในสายตา เป็นแรงศรัทธาแรงกล้าอยู่ในหัวใจ
ญ. : แม้ไม่อาจเทียบหนึ่งในล้าน ลูกขอตั้งปณิธานสานสิ่งที่พ่อสร้างไว้
ช. : จะขอเดินตามรอยเท้าพ่อไป เหนื่อยยากเพียงไหน ไม่ทำให้พ่อผิดหวัง…
ญ. : พ่อเป็นมากกว่าพ่อคนไหน พ่อเป็นหนึ่งในใจตลอดเวลา
ช. : เป็นภาพจำ งดงามอยู่ในสายตา
ช/ญ : เป็นแรงศรัทธาแรงกล้าอยู่ในหัวใจ
ญ. : [...]
ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘My Life’
ขนลุก!!ตื้นตันใจน้ำตาจะไหลให้ได้.
Posted in My Life on เมษายน 26, 2009 | 8 Comments »
เออจริง!!..หรือใครจะเถียง?
Posted in My Life on มีนาคม 10, 2009 | 6 Comments »
เก็บตกจากการกลับบ้านเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว อย่างที่เคยเขียนเล่าไปแล้วว่า เวลากลับบ้านทีไรอาหารจานโปรดที่ซือเจ๊ต้องกินคือ “กระดูกหมูทอดกระเทียมพริกไทย” ฝือมือแม่ที่ทอดแบบกรอบนอกนุ่มใน รสชาดกลมกล่อมกำลังดี
ขณะที่นั่งกินข้าวกันอยู่ หนึ่งในสมาชิกบนโต๊ะอาหาร คือเจ้า “แทคเตอร์” หลานชายสุดป่วนของซือเจ๊เอง ซึ่งกำลังอยู่ในวัยกำลังซน วัยสอดรู้สอดเห็น เอ้ยไม่ใช่ๆ วัยอยากรู้อยากเห็น และชั่งซักเป็นพิเศษ ทำเอาทุกคนถึงกับเซ็งกับการช่างชักของมันอยู่บ่อยๆ เพราะไม่รู้จะตอบมันยังไงดี เนื่องจากสงสัยไม่หยุด ถามซะจนคนตอบหมดปัญญาจะตอบมันเลยหล่ะ
ที่บ้านซือเจ๊จะเลี้ยงหมาไว้หลายตัวมาก มีทั้งหมาไทยและหมาเทศ (ตัวเหม็นสุดๆ) หมาเทศนี่ขี้โรคมาก ต้องเตรียมอาหารสำหรับเขาโดยเฉพาะ ส่วนหมาไทยกินได้ทุกอย่าง (ทั้งแบบอนุญาตให้กินและไม่อนุญาตแต่มันไปหามากินเอง เลี้ยงง่ายเน้อ.) แถมทนทายาดสุดๆ ตายยากสุดๆ แก่จนไม่มีฟันจะแทะกระดูกแล้วก็มีแฮ่ะๆ หลังจากกินข้าวไปสักพัก พ่อก็กินอิ่มและขอตัวไปทำงานต่อ เดินไปได้ไม่นานก็เดินกลับมา
ต่อไปนี้คือบทสนทนาระหว่างคุณหลานกับคุณตา :
คุณตา : อย่าเอากระดูกให้จิมมี่ (หมาเทศตัวโปรดของพ่อ) กินนะมันกินไม่ได้เดี๋ยวเป็นโรคลำไส้ตายเหมือนเจ้าบรู๊ค (หมาเทศจอมเจ้าเหล่ห์แสนซนของพ่อ) นอกนั้นให้กินได้หมดเลย..
แทคเตอร์ : คุณตาเจ้า บรู๊ค มันไปไหน?
คุณตา : เจ้าบรู๊คมันตายแล้ว
แทคเตอร์ : มันตายไปไหน?
คุณตา : ตายแล้วก็ไปเป็นผีไง (พ่อพูดไปเดินไปเตรียมเผ่นหนีเจ้าแทคเตอร์เพราะคิดว่ามันต้องถามอีกแน่ๆ)
แทคเตอร์ : มันเป็นผีอะไร คุณตามันมันเป็นผีอะไร
คุณตา : โอ๊ย …มันจะซักไปถึงไหนเนียะ พร้อมกับตอบให้เสร็จๆไปว่า [...]
อะไรเอ่ยฟังแล้วขำ..แถมดังเป็นพลุแตก?
Posted in My Life on มีนาคม 4, 2009 | 24 Comments »
ช่วงนี้งานเข้า มาพักผ่อนสมองกันสักหน่อย เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาซือเจ๊ได้มีโอกาสเดินทางไปทำธุระที่ขอนแก่น อุดร และเลยไปที่หนองคายด้วย ตะลอนทัวน์ บนความจำเป็นเพราะขัดไม่ได้ ระหว่างทางก็จะมีการเปิดเพลงฟังบ้าง เปิดวิทยุบ้าง แต่ต้องตกใจเมื่อหลายๆคลื่น ต่างระดมเปิดเพลงหนึ่ง ชื่อเพลง มันต้องถอน ของนักร้องหมอลำ ปอยฝ้าย มาลัยพร แห่งวงเสียงอีสาน ต้องยอมรับว่าเพลงนี้มันดังเป็นพลุแตกจริงๆ ไปที่ไหนก็มีแต่คนเปิดเพลงนี้ แถมซือเจ๊กลับบ้านไปสองวันคือ เสาร์และอาทิตย์ ไม่มีวันไหนที่ไม่ได้ฟังเพลงนี้ ตื่นเช้ามาเป็นต้องได้ยินทันทีถ้าเปิดวิทยุ (เด็กที่บ้านเขาชอบฟังมากเปิดทุกวัน) วันๆหนึ่งมีคนขอเพลงนี้เข้ามากันหลายรอบเลย ตอนแรกๆก็มีแต่คนงงว่า ทำไมเพลงแบบนี้มันดังได้หว่า ฟังแรกๆเหมือนคนบ่นพรึมพรำๆ แต่ดนตรีของเพลงนี้มันจริงๆ
ซือเจ๊ฟังเมื่อไหร่ก็อดขำไม่ได้ ยิ่งเวลาฟังแล้วนึกถึงหน้าปอยฝ้ายไปด้วยยิ่งฮาเลย ประกอบกับนึกถึงเสี่ยวีที แห่งรายการตีสิบ ที่ดันไปถามปอยฝ้ายว่ามันร้องว่ายังไง เนื้อเพลงมันแปลว่าอะไร ฮ่าๆงานนี้ปอยฝ้ายถึงกับอึ้ง เพราะไม่รู้จะแปลให้ฟังยังไงดี ล่าสุด มีคนเอาไปทำเป็น version RED HOT ก็ฮาไปอีกแบบ ว่าแล้วก็ลองไปฟังกันดูนะคะ แต่อย่าถามหล่ะว่ามันแปลว่าอะไรเพราะซือเจ๊ก็ไม่รู้จะแปลให้ฟังยังไงเหมือนกัน เพราะยังไม่เคยเมาค้าง..
หรือใครอยากจะดู version ต้นฉบับของปอยฝ้ายเองดูได้ที่นี่คะ
[...]
เค้าหาว่าซือเจ๊อินเลิฟหล่ะ!!
Posted in My Life on กุมภาพันธ์ 14, 2009 | 14 Comments »
สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะทุกคน..ตอนแรกซือเจ๊ไม่ได้ใส่ใจกับวันนี้สักเท่าไหร่สำหรับซือเจ๊มันก็คือวันธรรมดาวันหนึ่งเท่านั้น หาได้มีค่าอะไรมากมาย แต่เมื่อวานนี้ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมพอได้เวลาเลิกงาน ชาวบ้านชาวช่อง(กลุ่มคนที่มีคู่รัก)เค้าต่างเร่งรีบกลับบ้านกัน เจ๊ก็งงว่าจะรีบกลับไปไหนกันหว่า ส่วนทีมของเจ๊กลับทำงานกันอย่างเมามัน เพราะต่างถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “คนโสดสนิท” ก็เลยไม่ได้สนใจกับวันนี้เท่าไหร่จึงไม่ได้รีบร้อนที่จะกลับบ้าน ก็ทำงานและเลิกงานตามปกติ
แต่พอกลับถึงห้องนอนดูทีวีอยู่ รู้สึกว่าหอพักเงียบมากๆคนหายไปไหนกันหมดไม่รู้พอราวๆ 4 ทุ่มเพื่อนก็โทรมาชวนออกไปซื้อดอกไม้ที่ปากคลองตลาด เพื่อเตรียมทำ Surprise!! แฟนสาวในวันรุ่งขึ้น ซือเจ๊ไม่เคยไปปากคลองตลาดเลยแต่รู้ว่ามีดอกไม้เยอะ ก็เลยไปช่วยเลือกให้เพื่อนด้วย มันได้มาช่อเบอเริ่มเลย ราคาหลายตังค์อยู่ การไปซื้อดอกไม้ครั้งนี้รู้สึกประทับใจในตัวเพื่อนคนนี้มาก ดูเค้าตั้งใจเลือกสรรค์ดอกไม้เพื่อคนที่เขารัก ดูแล้วน่ารักดีจริงๆ พอเพื่อนได้ดอกไม้แล้ว เราก็เริ่มคิดแล้วว่า เราจะซื้อให้ใครหว่า (ซื้อดอกกุหลาบให้ตัวเอง) แต่ที่แน่ๆพกกล้องถ่ายรูปมาด้วยเพื่อมาเก็บภาพบรรยากาศเอาไว้ด้วย พอซื้อเสร็จก็รีบกลับเพราะดึกมากแล้วเพื่อนชายต้องรีบกลับมารายงานตัวกับผู้ปกครอง(แฟนสาว)ก่อนเข้านอน พอดีเดินผ่านร้านหนึ่งมีดอกกุหลาบดอกใหญ่มากรูปทรงสวยงาม ก้านยาวแถมขายราคาถูกกว่าร้านข้างในมาก ซือเจ๊ก็เลยนึกสนุกอย่างได้บ้างกะว่าจะเอามาถ่ายรูปดอกกุหลาบลง Flickr ของตัวเองซะหน่อย(ไม่ต้องพยายามคลิกนะเจ๊ไม่ได้ให้ link ไว้อิอิ ทำให้อยากแล้วจากปาย) ก็เลยซื้อมาหนึ่งดอกราคา 80 บาทข้างในขาย 100 บาทตอนแรกเพื่อนชายจะซื้อให้แต่เจ๊บอกว่าไม่เป็นไรเพราะเค้าจ่ายแค่ช่อนั้นช่อเดียวก็หนักหนาอยู่(เมตตามันสุอๆฮ่าๆ) เพื่อนเลยขอเลี้ยงข้าวแทนแฮ่ะๆ(เจ๊เนียนกินฟรีอีกแล้ว!!นั่งรถฟรีอีกตามเคย)
เช้าวันนี้ซือเจ๊ตั้งใจตื่นเช้าเพื่อมา ถ่ายรูปดอกกุหลาบที่ซื้อมานี่แหล่ะอยากได้แสงตอนเช้าเพราะมันสวยดี เวลาถ่ายรูปมาจะสวยมาก และแล้วก็เป็นดังที่คาดจริงๆ ภาพออกมาสวยใช้ได้ (ไม่รู้คนอื่นว่าไงนะแต่โดยส่วนตัวชอบ) พอเจ๊ถ่ายเสร็จดอกกุหลาบนั้นก็หมดค่าเพราะมันเริ่มเหี่ยวและคอตกดูเฉาๆชอบกล (เห็นแล้วเสียดายเงินชะมัดซืื้อมาทำไมหว่าไร้สาระเจงๆเลยตู) เจ๊ก็งงไอ้ที่ซื้อๆดอกไม้ให้กันในวันวาเลนไทน์เนียะเพื่ออะไรกันหว่า ซื้อมาก็แพงแสนแพงแถม ต้องแย่งกันซื้ออีกตะหาก ซื้อมาแล้วก็อยู่ได้ไม่กี่วันเพื่ออะไรกันนี่(หรือความรักมันจะเป็นอำมตะจริงๆ [...]
ของเขาดีจริงๆ”แป๊ะฉ่าย”ขาดตลาดทันที!
Posted in My Life on มกราคม 31, 2009 | 7 Comments »
สวัสดีคะทุกคน..ซือเจ๊หายหัว..เอ้ยหายหน้าไปนานเลย เนื่องจากเดือนนี้ ไปเริ่มงานที่ใหม่ ปรับเงินเดือนใหม่ ตำแหน่งใหม่ รับปีใหม่ เลยตั้งใจทำงานเป็นพิเศษ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลามาเขียนเล่าเรื่องราวให้ฟังสักเท่าไหร่ (แก้ตัวน้ำขุ่นๆแฮ่ะๆ) ตอนนี้กลับมาแล้วก็มาตามกระแสกันสักหน่อย เผอิญว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนพี่สาวโทรมาเมาท์เรื่องหมอดูกระดองเต่าที่มาออกรายการ VIP ทางช่อง 9 เป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ซือเจ๊ได้มีโอกาสดูไปบ้างแล้วเมื่อตอนที่หนึ่ง แต่ดันพลาดดูตอนที่สองเพราะไม่นึกว่าะกระแสจะแรงจนชาวบ้านเรียกร้องให้เชิญมาออกรายการอีกรอบ
ซือเจ๊ไปตามดูรายการย้อนหลังมาด้วยทำให้รู้ว่า หมอดูกระดองเต่า เขาพูดและทำนายอะไรไว้ว่าอย่างไร พร้อมวิธีแก้ไข ตอนแรกนึกว่าพี่สาวพูดติดตลกว่า กระเทียมขาดตลาด ที่ไหนได้เป็นความจริง เพราะรายการเขามีภาพที่ออกสำรวจตลาดและแม่ค้าขายกระเทียมในย่านต่างๆปรากฏว่าพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่าหมอดูกระดองเต่าบอก คราวนี้การมาออกรายการรอบทีสองนี้ ดูเหมือนคุณหมอจะย้ำให้ฟังกันอีกรอบ รวมทั้งบอกรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย ซึ่งมีของอีกสิ่งหนึ่งที่หมอดูกระดองเต่าพูดถึง นั่นคือ “แป๊ะฉ่าย” หรือผักกาดขาวนั่นเอง แต่เป็นอันที่เขาใช้แขวนเพื่อ เป็นศิริมงคลสำหรับคนที่เกิดปีชง ตามราศีที่หมอดูแจ้งไว้ แต่บอกก่อนนะว่าไม่ได้หมายถึงผักกาดขาวสดๆนะคะ (เดี๋ยวไว้ไปดูภาพและรายละเอียดในคลิปแล้วกัน) สาเหตุที่ทำให้รู้ว่าแป๊ะฉ่ายขาดตลาด ก็เนื่องจากว่าวันนี้นัดเจอกับเพื่อนไว้ เลยแวะไปร้านขายของเสริมดวงของคนจีนซึ่งเขาจะขายที่นี่ประจำ ซือเจ๊ก็เหลือบมองไปเห็นหัวผักกาดขาวที่เป็นของจำลองตั้งอยู่ก็เลย เดินเข้าไปถามเขาว่า ไม่มีแบบแขวนหรือคะ? (พอดีซือเจ๊อยากซื้อไปฝากพี่สาวเพราะปีนี้เค้าชง) พ่อค้าบอกว่า ” โอโฮ่เนียะเอามาสิบอันเหลือแค่นี่แหล่ะขายดีมาก ผลิตไม่ทัน ยิ่งแบบแขวนนะไม่ได้มาเลย เขาขายโก่งราคาขึ้นอีกตะหาก แถมได้ไม่ทั่วถึงเพราะของขาด ” ใครๆก็หามาแขวนกัน
ซือเจ๊ได้ฟังก็ตกใจ แม่เจ้าดังจริงๆแฮะ ไม่ธรรมดาแล้วนะเนียะ [...]
ใครให้เอาสันดานเจ๊มาแฉ?
Posted in My Life on ธันวาคม 21, 2008 | 19 Comments »
ช่วงนี้หลายๆคนคงสนุกสนานกับการตามอ่านคำทำนายต่างๆ ตามเว็บไซต์และ forward mail บ้าง สำหรับการเริ่มต้นชีวิตในปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ ซึ่งดูเหมือนจะมีหลายเจ้า หลายอาจารย์ซะเหลือเกิน จนไม่รู้ว่าอันไหนควรเชื่อ อันไหนไม่ควรเชื่อ ซือเจ๊ก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบเรื่องการดูดวงมาตั้งแต่เด็กๆ และมาศึกษาและทดลองตามดูผลอย่างจริงจังได้ 2 ปีนี้แหล่ะ โดยส่วนตัว ซือเจ๊อ่านเพราะความชอบและสนุกไม่ได้จริงจังมาก เพราะไม่เชื่อว่ามันจะแม่น 100 % ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการกระทำของเจ้าของดวงเอง หมั่นสร้างบุญเรื่องร้ายๆจะกลายเป็นดี อย่างน้อยก็ผ่อนหนักเป็นเบาได้ บางครั้งเรื่องบางเรื่องฟ้าลิขิตไว้แล้ว คงเลี่ยงได้ยาก ห้ามฟ้าไม่อาจห้าใจ อะจึ๋ยเกี่ยวกันไหมเนียะ ฮ่าๆ…(เริ่มออกทะเล)
ปกติถ้าอ่านคำทำนายที่บอกว่าจะมีเหตุโน้นนี่เกิดขึ้นเจ๊ไม่ค่อยชอบอ่านเท่าไหร่ แต่เจ๊จะชอบอ่านคำทำนายประมาณนี้คือทำนายลักษณะนิสัย ของคนในแต่ละราศีมากว่า ซือเจ๊ว่ามันเป็นการเก็บข้อมูลตามหลักสถิติ มันต้องใช้เวลาเก็บข้อมูลมานานพอสมควร อีกอย่างมันช่วยในการดูคน วิเคราะห์คนได้พอสมควร อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดแต่มันก็ทำให้พอรู้เค้าโครงได้นะ เมื่อวานเจ๊ไปเจอมาเนื่อหาและท่วงทำนองที่ใช้ ดุเดือดดีจริงๆ โดยส่วนตัวที่อ่านแล้วก็ตรงพอสมควร แต่ไม่ใช่ทั้งหมดซือเจ๊ให้ 80% ตรงนะอันนี้เป็นดวงของราศีเจ๊หล่ะ ลองอ่านดูแจ่มๆ..
สาวหุ่นบาง มาดมั่น เงียบ แต่หากเธอโมโห มาดน้ำแข็งของเธออาจกลายเป็นเปลวไฟได้ เธอมีความมั่นใจสูง และสามารถทำงานได้ดีกว่าผู้ชายบางคนเสียอีก ในความรู้สึกของเธอ ผู้หญิงไม่ใช่แค่ ดอกไม้ประดับบ้าน หรือ ออฟฟิส และไม่ใช่เพศที่อ่อนแอที่ต้องการ ผู้ชายมาเป็นเกาะป้องกันตัว เธอชอบที่จะเป็นผู้คุมสถานการณ์ และซ่อนอารมณ์อ่อนไหวของเธอไว้ เธอไม่ใช่คนที่ชอบเปลี่ยนแปลงคนอื่น [...]
ลุ้นระทึกทุกสิ้นปี!
Posted in My Life on ธันวาคม 3, 2008 | 2 Comments »
เฮ้อ..!!..เหนื่อย..กว่าชีวิตจะเดินทางมาถึงสิ้นปีได้ยากเย็นจริงๆ ต้องขออภัยช่วงนี้ซือเจ๊ติดงานเลยห่างหายจากการ up blog ไปนานเลย อยากเขียนจะแย่แต่เวลาไม่อำนวย จัดได้ว่าเหนื่อยเหาะกันเลยหล่ะช่วงนี้ เพราะต้องปั่นงานยิ๊กๆเร่งปิดงานให้ทันสิ้นปีนี้ เหลืออีกไม่กี่อาทิตย์แระ หลังจากที่โหมงานหนักประกอบกับอากาศแปลกๆเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว เจ๊ก็ป่วยมันทุกรอบที่มันเปลี่ยนนั่นแหล่ะบอกแล้วปีนี้ป่วยปี อย่างวันนี้ก็ถือโอกาสลาป่วย หลังจากมีอาการมาหลายวันแต่ไม่กล้าลา เพราะห่วงงาน แต่อาการไม่ดีขึ้นวันนี้ก็เลยยอมลาพักผ่อนสักหน่อย มานอนดูข่าวก็เซร้งๆมึนๆ กับข่าวคราวการเมืองและเศรษฐกิจ อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น ต้องบอกตรงๆว่าดูข่าวแล้วรู้สึกหดหู่ มีอีกหลายๆมุมที่สื่อไม่ได้นำเสนอ และคนไม่ยอมมองกัน ซึ่งมุมนั้นนั่นแหล่ะคือมุมที่น่าสนใจที่สุดสำหรับซือเจ๊..แต่ไม่ขอเล่านะ พักผ่อนสมองกันบ้างเดี๋ยวจะเครียดมากไป…ยิ้มเข้าไว้.หนักแน่นเข้าไว้..อดทนเข้าไว้ก็แล้วกัน
ช่วงนี้หลายๆคนคงทำเรื่องลาพักร้อนกันไปบ้างแล้วสำหรับเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ หรือบางคนก็กลับบ้านไปพักผ่อนกับครอบครัว สำหรับซือเจ๊เป็นคนหนึ่งที่ปกติแล้วไม่ชอบเดินทางในช่วงเทศกาลใหญ่ๆเช่น สงกรานต์ ปีใหม่ เนื่องจากไม่ชอบคนเยอะพลุกพล่าน ประกอบกับเป็นช่วงที่เรียนอยู่ซึ่งมักจะติดสอบ ก็เลยต้องเอาเวลาช่วงนี้มาอ่านหนังสือสอบจะดีกว่า แต่ปีนี้ดีหน่อยไม่มีเรียนแล้ว
และงานก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มซาๆพอดี เพราะหัวหน้ารู้ว่าทุกคนจะลาพักร้อนกันเยอะ ก็เลยมีช่องให้ทุกคนลาพักร้อนได้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับทุกๆคน ตอนนี้ซือเจ๊กำลังลุ้นว่าจะลาพักร้อนในช่วงปีใหม่ปีนี้ได้หรือเปล่า เพราะอยากกลับไปสวดมนต์ข้ามปีที่เวฬุวันด้วยท่าทางจะสนุกน่าดูเลย ถือเป็นครั้งแรกของการเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ไว้ถ้ามีโอกาสได้ไปจริงๆจะแวะเวียนมาเล่าบรรยากาศให้ฟังกันนะคะว่าไปทำไรมาบ้าง..ช่วงนี้ก็ลุ้นระทึกกันต่อไปว่าจะลาพักร้อนได้หรือเปล่า แต่อยากกลับบ้านจัง หวังว่าคงลาได้น๊า..
หม่นหมองประคองอารมณ์ระคนความปราบปลื้ม!
Posted in My Life on พฤศจิกายน 15, 2008 | 4 Comments »
ช่างเป็นอะไรที่งดงาม และยิ่งใหญ่สมพระเกียรติยิ่งนัก กับงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ยิ่งเห็นพสกนิกรทั่วไทยร่วมใจกันแต่งกายชุดดำ และหลั่งไหลไปร่วมงานกันอย่างล้นหลาม ทุกคนต่างตั้งใจไปร่วมส่งเสด็จพระองค์ไปสู่สวรรค์คาลัย
ซือเจ๊ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่นั่งชมการถ่ายทอดสดตั้งแต่เช้า (ทั้งๆที่ปกติวันเสาร์จะตื่นสายมาก) ช่วงบ่ายก็นั่งเฝ้าหน้าจอทีวีอย่างต่อเนื่องตามแผนกำหนดการพระราชพิธีที่ เหล่าพิธีกร เขาแจ้งไว้ว่าจะถ่ายทอดสดกันช่วงเวลาไหนบ้าง
อยากบอกว่าประทับใจกับหลายๆอย่างโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศิลปะวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยหลายๆอย่างที่หาชมไม่ได้แล้วในปัจจุบัน ก็ถูกจัดให้มีขึ้นมาตามราชประเพณีแบบโบราณเรียกได้ว่าหาชมได้ยากยิ่งนัก โดยเฉพาะการจัดสร้างพระเมรุที่สวยสดงดงาม และยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ฝือมือช่างศิลป์ไทยนี้ช่างปราณีต งดงาม หาที่ใดเทียบมิได้จริงๆ
เห็นแล้วภาคภูมิใจในความเป็นไทย อีกอย่างการเฝ้าติดตามการจัดงานพระราชพิธีในครั้งนี้ ถือเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปในตัวด้วย ได้ความรู้ดี มีศัพท์หลายๆคำที่ไม่เคยได้ยิน เด็กๆควรดูและศึกษาเอาไว้ ได้เห็นของจริง น่าจดจำไปชั่วชีวิตเลย
ในโอกาสนี้ซือเจ๊ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ได้ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยอย่างล้นพ้นหาที่ใดเปรียบมิได้ ซือเจ๊เห็นพระองค์ท่านทรงงานหนักมาตั้งแต่ซือเจ๊ยังเด็กๆอยู่เลย พระองค์ทรงงานหนักทุกวันไม่มีวันหยุด มาบัดนี้คงถึงเวลาที่พระองค์ท่านจะได้กลับไปพักผ่อน ณ สวงสวรรค์เสียที ขอให้พระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรค์คาลัยเทอญ พระองค์จะอยู่ในใจของพวกเราทุกคนตลอดไป …..
ปล.วันนี้ดูภาพข่าวแล้วน้ำตาจะไหล เค้าเปิดเพลงส่งนางฟ้าสู่สวรรค์ แล้วทำภาพประกอบ โอยแม่เจ้า ผู้คนร้องไห้และโศกเศร้ากันทั่วหน้า เพลงอะไรก็ไม่รู้เศร้าชะมัดยิ่งทำภาพประกอบมิวสิคด้วยแล้ว ดึงอารมณ์สุดๆ น้ำตาหยดแหมะ..!!! แล้วรายการข่าวแต่ละช่องเขาก็จะมีการแต่งบทกลอนส่งเสด็จกันเพื่อเป็นการไว้อาลัยแด่พระองค์ มีวรรคหนึ่งของบทกลอนได้ยินแล้วรู้สึกว่ามันโดนใจมาก เสียดายฟังผ่านๆ วรรคนั้นเขาพูดว่า “..ทั่วทั้งแผ่นดินไทย ฉ่ำด้วยน้ำตา..” ฟังแล้วรู้สึดีจริงๆ
ส่วนใครที่สนใจฟังเพลงส่งนางฟ้ากลับสรรค์เชิญดาวโหลดได้ ที่นี่ นะคะ
ขอขอบคุณภาพถ่ายสวยๆจาก : yenta4.com
เสียน้ำตากับเรื่องหมาๆ!!
Posted in My Life on ตุลาคม 19, 2008 | 10 Comments »
รู้ถึงไหนอายเค้าถึงนั่น..เค้าจะคิดว่าเจ๊ปัญญานิ่มหรือเปล่าเนียะ..แต่ก็นะ..คนเราไม่เจอรักแท้ไม่รู้หรอกว่าทุกข์แค่ไหนทำไมวันนี้เจอแต่เรื่องเศร้าๆก็ไม่รู้เฮ้อ..ทั้งเหนื่อยทั้งเศร้างานเข้าทั้งอาทิตย์..เมื่อเช้านี้ถ้าใครได้อ่านข่าว ก็คงได้รู้ว่า มีหมาตัวหนึ่งที่เจ้าของมันจมน้ำตายในบ่อดินกลางทุ่ง แล้วมันก็เฝ้าเห่าเพื่อบอกคนอื่นๆให้รู้ตลอดทั้งคืน มันนั่งเฝ้านอนเฝ้าจนรุ่งสางไม่ยอมไปไหน กระทั้งมีคนเอะใจสงสัยจึงลงไปงมศพ เจ้าของมันขึ้นมาจากบ่อน้ำ จากนั้นมันก็นั่งเฝ้าศพไม่ยอมห่างเลย เจ๊เห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมรู้สึกประทับใจในตัวหมาเป็นอย่างมาก เพราะซือเจ๊ก็เคยได้รับความประทับใจกับเจ้าโตโต้ หมาของเจ๊เหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่มันแก่ตายไปแล้วเฮ้อว่าแล้วก็คิดถึงมันอยากกอดมันจัง..ซือเจ๊จะทนไม่ค่อยได้ ถ้าเห็นใครรังแกสัตว์ เห็นมันถูกทารุณ เห็นมันเศร้า ไม่ว่าจะสัตว์ประเภทไหน แต่ที่ทำให้น้ำตาร่วงได้ง่ายที่สุดมี 4 อย่าง หมา,ช้าง,วัว,ควาย ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม
อย่างวันนี้ก็ว่าจะไม่ร้องแล้วเชียว..ดันไปดูหนังเรื่องหนึ่งทางทีวีชื่อเรื่องว่า air bud ซูปเปอร์หมากึ๋นเทวดา มันเป็นหมาที่หนีมาจากเจ้าของเดิมที่ทำคณะตลกละครสัตว์ มาเจอกับหนูน้อยคนหนึ่งแล้วเค้าเก็บมาเลี้ยงและตั้งชื่อให้ว่า Buddy ทำให้เกิดความผูกพันกัน เด็กคนนี้ชอบเล่นบาสฝันอยากเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล ตอนหลังมาค้นพบว่าหมาตัวนี้เล่นบาสเก่งมากๆ แล้วมีครั้งหนึ่งได้ลงแข่งขันด้วยความบังเอิญ แถมทำให้ทีมชนะอีก และในที่สุดหมาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของทีม จากนั้นไม่นานเจ้าของหมาก็มารับหมากลับคืน แล้วเด็กคนนี้ก็ไปช่วยเหลือเอาไว้แล้วก็เอาไปปล่อยที่อื่น เพราะถ้าพาหมากลับบ้านด้วย หมาคงถูกเจ้าของตามมาจับไปอีกแน่ๆ ตอนนี้แหล่ะทำเจ๊น้ำตาหยดแหมะๆ.. :’( สงสารหมาก็สงสาร ง่วงนอนก็ง่วงแต่ก็ทนนั่งดูจนจบ สุดท้ายก็ยิ้มออกเพราะหมาได้ไปอยู่กับเด็กคนนั้นเย้ๆ…
ปล..อย่าบอกใครนะว่าเจ๊ร้องไห้เพราะหมา..แต่ว่ามันเศร้าจริงๆนะเจ๊อินอะ… เฮ้อตาบวมเลยทำไงดีหว่า
สุดเศร้า..เป็นได้แค่แขกรับเชิญ!
Posted in My Life on ตุลาคม 12, 2008 | 8 Comments »
เฮ้อช่วงนี้ซือเจ๊โหมงานหนัก พักผ่อนน้อย เป็นเหตุให้ไม่สบายอีกแล้วหลังจากที่กำลังเริ่มดีขึ้นช่วงนี้เลยเป็นช่วงที่ “มีความต้องการทางแพทย์สูง” พออาการหนึ่งเริ่มดีขึ้น อาการใหม่ก็จ่อคิวรอแสดงผลงานทันที (ขี้อิจฉาเจงๆ) มันน่าแปลกใจมากรู้สึกว่าปีนี้เป็นปีที่สุขภาพเจ๊แย่มากๆ แทบไม่น่าเชื่อว่าอดีตคนเคยแข็งแรงอย่างเจ๊นี่ มาปีนี้บอบบางชะมัดญาติเลยชักจะรับตัวเองไม่ได้ (หน้าไม่ให้ใจรักจริงๆ)
เมื่อวานนี้ที่บางมดซ้อมรับปริญญากัน ไอ้เราก็มัวแต่ทำงานเพลินชนิดลืมวันลืมคืน ตอนเย็นวันศุกร์น้องๆก็ทักมาเชิญไปร่วมถ่ายรูปเพื่อแสดงความยินดีด้วย เจ๊ถึงนึกขึ้นได้ว่าอ้าว พรุ่งนี้แล้วหรือ โอเคเจ๊ขอดูงานก่อนนะถ้าว่างไปแน่ๆ จากนั้นก็ได้รับข่าวที่พอรู้แล้วถึงกับวัยรุ่นเซร้งกันไปเลยทั้งทีมเพราะ หัวหน้านัดประชุมด่วนมีมติปิดงานให้ได้ภายในสิ้นเดือนนี้ หลังจากที่เข้าไปทำงานวันเสาร์อาทิตย์มาบ่อยๆ ล่าสุดเมื่อปลายเดือนที่แล้วแต่ตอนนี้ ทุกคนในทีมต้องเข้าไปทำงานที่ site ลูกค้ารวมทั้งวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ด้วย (ลูกค้าทำงาน7วันได้เราก็ต้องทำได้..อืมมแล้วไง?) ผลัดเปลี่ยนกัน โอว์มายก๊อด..(งานเข้าแล้วไหมหล่ะ..) งานการกุศลอีกแล้วใช่ไหมเนียะ เฮ้อ..ทุกคนรับทราบ กลับบ้านด้วยความเซร้งและหมดแรง อาทิตย์นี้ซือเจ๊รู้สึกเหนื่อยมากๆเนื่องจากไม่ค่อยสบายทำงานแบบไม่รู้เวลาชนิดลืมวันลืมคืน แต่โชคดีหน่อยที่เสาร์อาทิตย์นี้ ไม่ใช่เวรเจ๊ที่ต้องเข้าทำงาน แต่ตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไปก็คิวเจ๊แล้วหล่ะ …
ตอนเช้าวันเสาร์ตื่นมาด้วยอาการมึนๆงงๆ ประกอบกับวัดใจว่าจะไปร่วมงานถ่ายรูปกับน้องๆดีไหม ทำไมรู้สึกเหนื่อยอย่างนี้หว่า หน้าตาไม่สดใส แถมสิวขึ้นสองเม็ด กรี๊ดไม่กล้าถ่ายรูปเลยหน้าตาก็บวมๆ (นึกสภาพคนป่วยออกกันใช่ไหม?) เอาวะครั้งหนึ่งในชีวิตของน้องๆ แถมของแบบนี้มันทีใครทีมันด้วยสิ ตอนนี้น้องๆเค้าจบก่อนก็ต้องไปแสดงความยินดีกับเค้า พอถึงคิวเราก็ค่อยว่ากันอีกทีคิดซะว่าไปดูสถานการณ์ไว้ก่อน จึงตัดสินใจไปร่วมงานกะเค้า ไปถึงโอว์…สุดยอดมาก คลื่นมนุษย์ คนเยอะมากรถติดอีกต่างหาก แต่ก็รู้สึกประทับใจที่ได้ไปร่วมงานครั้งนี้ เห็นแล้วเป็นปลื้มจริงๆถึงแม้ว่าการรับปริญญาครั้งนี้จะยังไม่ใช่ทีของเรา จึงเป็นได้แค่แขกรับเชิญ เพื่อไปร่วมงานแต่ก็รู้สึกดีมากๆ อย่างน้อยก็ได้แรงกระตุ้นความขี้เกียจส่วนบุคคลหล่ะนะ
ไปถึงตากล้องเพียบเลย เจ๊นี่หลบกล้องท่าเดียวเลยไม่ค่อยอยากจะถ่ายรูป รู้สึกหน้าบวมประกอบกับสิวขึ้น [...]